|
|---|
แก้ไขข้อความ ข้อสรุปนี้ ได้จากการสนทนา ระหว่าง อ.ธนิต มะลิสุวรรร
และ อ.สมพร ยกตรี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2550 ที่สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ |
|---|
|
|---|
24 มิ.ย. 2528
อ. เกื้อ ศุขรักษ์
รศ.ดร.เทพ พงษ์พานิช
http://www.mju.ac.th/new-history/index.htm |
|---|
|
|---|
***********************************
![]() |
![]() |
![]() |
|---|
จัดทำเพจโดย สงวน จันทร์ทะเล
11 เมษายน 2550
*********
ที่มาของ อินทนิล ไม้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย อดีตผู้อำนวยการ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๗ กุมภาพันธุ์ ๒๕๒๘ ณ สุสานแม่โจ้แล้ว สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ ซึ่งมีอาจารย์ดร.ประพัฒน์ สิทธิสังข์ เป็นนายกสมาคมขณะนั้น ได้ถือโอกาสเชิญบรรดาศิษย์เก่าแม่โจ้ เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาวาระสำคัญต่างๆ ณ ห้องประชุมอาคารเรียนรวม
|
|---|
Updated: May 7, 2007
คนเรามีสิทธิที่จะคิดถึงความหลัง "ดอกตะแบก" ตะแบก เสลา อินทนิล หรือที่เพื่อนบ้านผมที่ปางแฟนเรียกว่า "ป๋วย" มีความผูกพันและคิดถึงไม้นี้ตลอดมา เพราะผมประทับใจในความแกร่งของการเจิรญเติบโตและ ออกดอกในช่วงหน้าแล้ง หลากสี และพบได้ทั่วไปทุกภาค โดยเฉพาะทางภาคอิสานเมื่อผมยังเป็นวัยรุ่น ในต้นปี พ.ศ. 2502 ก่อนที่ผมจะมาเรียนแม่โจ้ ผมและเพื่อนเดินทางไปเที่ยวน้ำตกมวกเหล้กโดยรถจักรยานยนต์ ขากลับเราแวะพักระหว่างทางที่ใต้ร่มไม้ในเขตอำเภอสีคิ้ว ผมมองเห็นดอกตะแบกและต้นตะแบกริมทางสวยงามมาก ผมลงไปหักกิ่งตะแบกที่มีดอกกำลังออกดอกสวยงาม แล้วนำมาแซมมวยผมให้เพื่อนผมที่เคยเรียนหนังสือมาด้วยกันตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถม "นี่คือดอกตะแบก ไม้ที่มีความแกร่งทนแดด ทนแล้ง และออกดอกในหน้าแล้งได้สวยงามมาก มีหลายสี และพบเห็นได้ทั่วไป" ผมแซมมวยผมให้เธอด้วยดอกตะแบกที่ผมหักกิ่งเล็กๆนั้นมา... เป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดในช่วงวัยรุ่น ในเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2502 ต่อมาในปี 2506 เธอเปลี่ยนไปแล้ว ภายหลังที่ผมจบจากแม่โจ้ ที่หน้าบ้านเธอ มี ต้น "เสลา" ที่ดอกพรูงามช่อใหญ่กว่าตะแบก ผมผ่านหน้าบ้านเธอเสมอ แต่เราไม่ได้พบกันอีกเลย ตราบจนวันนี้ อินทนิล เสลา ตะแบก หรือ "ป๋วย" ก็ยิ่งมีความหมายสำหรับผม เมื่อได้ทราบที่มาที่ไปของพรรณไม้นี้ หลายคนอาจจำแนกไม่ได้ว่า ต้นไหนคือ ตะแบก ต้นไหน คือ เสลา และต้นไหนคือ อินทนิล คงต้อง้ใช้เวลาศึกษาจากลักษณะของดอก สีดอก ก้านดอก ใบ ทรงพุ่ม เปลือก และลำต้น ผมคิดถึงดอกตะแบกที่ผมบรรจงแซมมวยผมให้เพื่อนของผมคนนั้น เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2502 ครับ "คนเรามีสิทธิ์ที่จะคิดถึงความหลัง" พี่สมพันธ์ ปานะถึก รุ่น 11 ผุ้เขียน "ร้อยป่า" กล่าวไว้ ผมก็มีสิทธิที่จะคิดถึง "ดอกตะแบก" วันแห่งความสุขในอดีตของผมครับ ส.จันทร
|
|---|
ตะแบกพรรณไม้ที่ต้องเรียนรู้ไม่จบสิ้น ผมชอบเดินทางไปตามหมู่บ้านต่างๆ เมื่อมีโอกาส และใช้เวลาอยู่กับต้นไม้ที่ผมเคยพบเห็นมาก่อนเมื่อสมัยผมยังเป็นเด็ก ไม้หลายชนิดผมรู้เฉพาะชื่อพื้นบ้านในสมัยก่อน เช่น ดอกจาน (ทองกวาว) เมื่อเดินทางไปกับพ่อและแม่ นำเกลือจากบ้านหัวทะเลไปแลกข้าวเปลือกที่อำเภอครบุรี (บ้านแชะ) หรือที่อำเภอโชคชัย (กระโทก) ซึ่งในสมัย พ.ศ. 2490 การเดินทางไปกับกองเกวียน สนุกและเสี่ยงภัยพอสมควร ในกองเกวียนก็จะมี พ่อแม่ ลุงป้า และเพื่อนบ้านที่มีเกวียน มีเกลือสำหรับนำไปแลกข้าวเปลือก ในกองเกวียนต้องมีอย่างน้อย 3 เล่ม เพื่อให้จอดเกวียนเป็็้นรูปวงกลมได้ แล้วนำวัวไปล่ามไว้ในวงกลมที่เกวียนล้อมอยู่ พวกเราก็จะนอนใต้เกวียน เราก่อกองไฟรอบๆ กองเกวียน มียามผลัดกันนอน ก่อนนอนก็จะมีชาวบ้านที่เราไปพักแลกข้าวเปลือกมานั่งคุยด้วย ส่วนมากพวกเราก็จะมีญาติพี่น้องและคนรุ้จักอยู่ในหมู่บ้านที่เราไปพักแรม หากผ่านบริเวณเผาสพหรือเตาเผาถ่านหรือใกล้ๆกับวัดก็จะมี "ต้นจาน" ออกดอกสีส้มหรือแสดแดง สวยงาม ผ่านป่าแล้งน้ำก็มี "ดอกตะแบก" อยู่ทั่วไป ผ่านไปบางแห่งมี "ดอกงิ้วแดง" ่ตามหัวนาที่มีเถียงนาอยู่ใต้ต้น ผมจึงเห็น ต้นตะแบก มาตั้งแต่เด็กๆ ปัจจุบัน กรมทางหลวงนำไม้สกุลนี้ไปปลูกสองข้างทาง ริมถนนสายสำคัญหลายสาย เกือบทุกภาค เพราะไม้สกุลนี้ ทนแล้งได้ดี สีดอกสวยสด เพาะกล้าจาก เมล็ด ได้จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม กว่าจะรู้ว่า ต้นไหนเรียกชื่อว่า อินทนิล เสลา หรือตะแบก ก้ต้องเรียนรู้ลักษณะพองสมควร แม้ ตะแบก ก็มีชื่อเรียกย่อยลงไปอีก ผมจึงใช้เวลาในช่วงสงกรานต์ปีใหม่เมือง 11-16 เมษายน 2550 นี้ รวบรวมเรื่องราวของตะแบก ที่ผมรู้จักมานานแต่เรียนรไดู้้เพียงเล็กน้อย รวบรวมเป็นข้อมุลเพื่อให้นักเรียนผู้สนใจทั่วไปได้อ่าน แต่ก็ไม่ละเอียดมาก ผมเขียนไปตามอารมณ์ชอบในไม้พรรณนี้เป็นพิเศษ คลิกไปที่ http://www.pangfan.org/MaejoFlowerSymbol/TheMagnificientFourLagerstroemia.xls เพราะที่เว็บไซท์นี้ มีนักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่ ซึ่งมีโครงการ "ต้นไม้เพื่อนรัก" ให้นักเรียนทุกคนดูแลต้นไม้ในโรงเรียน คนละ 1 ต้น เป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งทุกคนเป็นสมาชิกชมรมรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มีอาจารย์สวาท จันทร์ทะเล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา และผมก็เป็นที่ปรึกษาให้นักเรียนเหล่านั้นด้วย ขอบคุณทุกท่านที่รักต้นไม้และช่วยกันปลูกและดูแลต้นไม้ ส.จันทร
|
|---|
Maintained page by Sanguan Chantalay
April 11, 2007
Last updated: December 18, 2008