เข้ารับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์บูรณาการ วันที่ 19 ก.พ. 2551

รับพระราชทานปริญญาบัตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์
สาขาวิชานิเทศศาสตร์บูรณาการ
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2551

แม่เอม จันทร์ทะเล จากไปเมื่อ 15 ก.ค. 2527 อายุ 66 ปี
จากลูกไปเมื่อ 15 กรกฎาคม 2527
พ่อแก้ว จันทร์ทะเล อายุ 78 ปี (2535)
จากลูกไปเมื่อ 6 เมษายน 2535
คารวะย่าโม เมษายน 2550
ส.จันทร สวนปางแฟน 2549
ส.จันทร

รำลึกถึงพ่อแม่ผู้มีพระคุณ...ที่ทำให้ลูกมีวันนี้.....
ส.จันทร
4 กรกฎาคม 2550

***
ย้อนอดีต... ก่อนมาเรียนที่แม่โจ้.. 

Sanguan in 2497 and the Cowboy in 2549
สงวน จันทร์ทะเล ชั้นมัธยม 2 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย 2497
ชอบดูหนังเคาบอยและหนังทาร์ซาน(cowboys & Tarzan)
กลางปี พ.ศ. 2499 ขณะเรียนอยู่ชั้น มัธยมปีที่ 4 ค คุณครูสุวาท เชื้อปรุง ได้ให้ชื่อ นามปากกาว่า "ส.จันทร"

พ.ศ.2500...การเกษตรในเมืองไทยกำลังก้าวสู่ยุค เกษตรแผนใหม่มีอาจารย์์ทำนอง สิงคาลวนิชย์ หัวหน้า
กองส่งเสริมและเผยแพร่ กรมกสิกรรม
(ในสมัยนั้น)เป็นฝ่ายเดินหน้านำแนวคิดใหม่ๆมาดำเนินการ โดยมี
หน่วยงานจากสหรัฐอเมริกาที่เรียกว่า USOM(United States Operations Mission to Thailand)ส่งเจ้าหน้าที่
หลายสาขามาให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการ มีอาจารย์ประยูร สวนะสุจริต (แม่โจ้ รุ่น 3) เป็นหัวหน้า
งานยุวกสิกร หรือที่ในอเมริกาเรียกว่า (4-H Club) เป็นแนวทางดำเนินการพัฒนาเยาวชนในด้านการเกษตร
และผมเองก็สมัครเป็นสมาชิกขององค์กรนี้ด้วย โดยรู้จักกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมเสริมคนแรกชื่อ คุณสมนึก ทาดี
แม่โจ้รุ่น 14 (ฉายานักฟุตบอลกองหน้า "สมนึกแข้งผี" และ "จิ้งเหลนไฟ")
ซึ่งทำงานอยู่ที่หน่วยส่งเสริม
เกษตรภาค 3 จังหวัดนครราชสีมา และนี่เป็นจุดแรกที่ เกิดแนวคิดว่า หากมีโอกาสจะมาเรียนที่แม่โจ้ 
งานยุวกสิกรในสมัยนั้นเพิ่งเริ่มดำเนินการ หน่วยเยาวกสิกิจที่ผมเป็นสมาชิก อยู่ที่บ้านหัวทะเล ตำบลหัวทะเล
อ.เมือง นครราชสีมา ขณะนั้นผมเรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย และได้เข้าร่วมงานชุมนุมยุวกสิกรแห่งชาติครั้งที่ 2 ที่
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้รับเลือกเป็นกรรมการกลางแห่งชาติด้วย

*******

มาเห็นแม่โจ้ครั้งแรก....2502 

เมื่อจบ ม.6 ผมก็สอบแข่งขันเพื่อมาเรียนต่อที่แม่โจ้ในปี 2502 มาด้วยกัน 2 คน กับ บุญเกื้อ บุญพยัฆค์ มารถ
ไฟ มาพร้อมกับนักเรียนแม่โจ้รุ่นพี่หลายคนจากโคราช รถไฟแน่นมาก โดยไปต่อรถไฟสายเหนือที่สถานีชุม
ทางบ้านภาชี สมัยนั้น แม่โจ้เปิดเรียน 17 พฤษภาคม ผมนั่งตรงบันไดทางขึ้นเอาผ้าขาวม้ามัดราวบันไดกันไม่
ให้หล่นหากนั่งหลับ 

ผมมารายงานตัวแล้วเข้าพักที่หอ "สหศิลป์" จำได้ว่ามีเพื่อนๆจากต่างจังหวัดมารายงานตัวก่อนแล้ว โดยเฉพาะ
จากจังหวัดพระนคร จำได้ว่า มี ผดุง แสงนาค รัฐธรรม เด็ดแก้ว ประสาน ลีลาพัตร์ ที่นอนข้างผม มีสง่า ดีรัตน์
พรรณนิตย์ ชาวนา ศิริวัฒน์ บุตรเงิน
มานอนได้เพียง 2 วัน พรรคพวกจากพระนครก็โต้เถียงกันเอง ความเก่ง
ของแต่ละคน ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้หรอกว่า กฏระเบียบความสมัคคีเป็นอย่างไร แต่ละคนเลยแสดงความ
เก่งออกมาผิดจังหวะ แม้กระทั่งผมเอง สมัยนั้น เล่นกล้าม หุ่นดี เดินโชว์กล้ามไปอาบน้ำหน้าหอ มาทราบภาย
หลังถูกรุ่นพี่หมายหัวไว้เรียบร้อย

ชีวิตมักผิดพลาดและมีอุปสรรคเสมอ ผมคงโชคไม่ดี เพราะรู้เหมือนกันว่า มาเรียนคงลำบากใจเรื่องเงินที่พ่อ
แม่จะต้องส่งเรียน ที่ว่าเป็นนักเรียนทุนนั้นไม่มี เพียงแต่สอบมาในโควตาจังหวัดเท่านั้น พ่อผมทำงานเป็นช่างไม้รายวัน แม่อยู่บ้าน คิดหนัก
ประกอบกับไม่เคยจากบ้านไปไกลเลยเป็นด็กที่อ่อนไหวมากในสมัยนั้น ที่สุดผมนั่งเขียนกลอนในคืนวันหนึ่ง นั่งมองไปทางดอยสุเทพ เสียงสนต้าน
ลมหวีดหวิว สมัยนั้นใช้ตะเกียงน้ำมันเขียนหนังสือลาแม่โจ้ ตัดใจกลับบ้านก่อน.....เอาวางใต้หมอน รุ่งขึ้นผม
เดินไปตึกอำนวยการทำเรื่องขอลากลับบ้านทันที อาจารย์เริ่ม เนตรศิริ เป็นคนเซ็นต์อนุญาตให้เดินทางเข้าเวียง
ผมไปซื้ตัวรถไฟนั่งกลับโคราชคนเดียว ลงที่สถานชุมทางบ้านภาชีแล้วต่อรถไปโคราช นั่งซึมไปตลอดทาง
ไม่อายที่จะบอกว่า ร้องไห้หลายครั้ง ถึงบ้านพ่อแม่พี่น้องตกใจ เพื่อนฝูงก็ตกใจ ผมรู้ว่าผมอ่อนแอมากในสมัย
นั้น 

******
นักการภารโรงและงานส่งเสริมยุวกสิกร..2502 
ผมขอสมัครทำงานอยู่ที่หน่วยส่งเสริมเกษตรภาค 3 นครราชสีมา รับเงินเดือนรายวันๆละ 15 บาท ทำหน้าที่
ดูแลอุปกรณ์ฉายภาพยนต์ ออกร่วมประชุมส่งเสริมงานยุวกสิกร โดยมีคุณพินิจ สุวรรณชฏ(แม่โจ้ รุ่น 10) คุณ
เอนก สทธาโรจน์ คุณสมนึก ทาีดี(รุ่น 14) ี
คุณแข่ม พลวิชิต เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลผมเป็นการฝึกหาประสบการณ์และเพิ่ม
ความแกร่งในชีวิตต้องสู้ต่อไป...... 

*******
ปี 2503 กลับมาด้วยความเชื่อมั่น.....สู่แม่โจ้ ครั้งที่สอง 
คราวนี้มากัน 3 คน มี ณรงค์ กฤษณสุวรรณ และอาคม มานะดี ผมและณรงค์ไปพักที่หออุดมศิลป์ ชั้นล่าง มีปี
2 อยู่ข้างล่าง 2 คน คือ ไพบูลย์ เข็มกำเนิด และซุ่นหยิ่น (ทวีศักดิ์ เตชะโกเมนต์)
ผมอยู่เงียบๆ และพูดน้อย เพราะเรื่องราวจากแม่โจ้
ปีก่อนพอจะรู้ว่า เงียบไว้ดีกว่าพูดมาก ประกอบกับการได้ทำงานมา 1 ปี ทำให้รู้ว่า การมาเรียนนี้ น่าจะมึจุดมุ่ง
มั่นในตัวเอง 

ผมเล่นฟุตบอล หลายคนเรียกผมว่า รถถัง ผมอาศัยวิ่งเร็ว แต่ไม่ทันเกมส์ ตอนหลังผมได้เพียงเป็นตัวสำรอง
ที่เล่นเก่งๆก็มี ทำนุ สุวรรณดิษฐ์ พิชัย สายศร รุ่นพี่ที่ดังก็มี พี่เจียม ดวงสงค์( รุ่น 23) นักฟุตบอลสมัยนั้น เมื่อหน้าลง
แข่งขัน ไม่ต้องลงงานหมวด ฝึกกิฬาอย่างเดียว ผมเองเขียนจดหมานไปถึงท่านอาจารย์ทำนอง ขอความ
กรุณาให้ขอทางแม่โจ้ให้ผมฝึกงานที่โรงเครื่องยนต์เพื่อฝึกด้านไฟฟ้า เครื่องยนต์ เพื่อว่าจะได้ประสบการณ์
สำหรับออกไปทำงานที่งานส่งเสริมเกษตรต่อไป ผมจึงได้ไปฝึกงานที่โรงรถยนต์ มีอาจารย์โยธิน วดีศิริศักดิ์(แม่โจ้ รุ่น 16)
เป็นผู้ควบคุม และผมก็อยู่ที่โรงรถตลอด 3 ปี ที่เรียน ขับแทรกเตอร์ ช่วยทำงานเครื่องกล ดูแลไฟฟ้า ช่วยพี่
กระช่าง จำปาศรี พี่ทองหล่อ บัวศรี และจัดฉายหนังทุกคืนวันพุธ์ โดยมีพี่ทองหล่อ บัวศรีเป็นคนช่วยเหลือ 

ปี 1 ผ่านไปด้วยความสบายใจของผม ผมทำคะแนนได้ดีมาก เกือบทุกวิชา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ แต่ไม่ดี
เลยวิชาคำนวน จำได้ว่า ได้ 0 ในวิชา trigonometry 
ช่วงนี้ แม่ของผมต้องไปทำงานที่โรงงานทอผ้าที่กรุงเทพเพื่อเก็บเงินส่งมาให้ผมเรียน ส่วนพ่อผมยังคงทำงาน
ช่างไม้อยู่ที่โคราช รวมทั้งน้องสาวผมก้ไปอยู่กรุงเทพเพื่อทำงานช่วยแม่
ก็เป็นช่วงชีวิตที่ทุกคนช่วยเก็บเงินส่งไปให้ผมเรียน และเป็นช่วงชีวิตที่ต้องจดจำและบันทึกไว้อย่างไม่มีวันลืม
โรงงานทอผ้าที่แม่ไปทำงานอยู่นั้น ตั้งอยู่ที่ไหนของกรุงเทพผมไม่ทราบ รู้แต่ว่าท้องที่บุคคโล และมีญาติๆ
จากโคราชไปทำงานทอผ้าอยู่หลายคน ผมเคยไปเยี่ยมแม่ครั้งหนึ่งตอนที่นักเรียนปี3ออกศึกษานอกสถานที่
และมาแยกกันที่กรุงเทพ เลยได้มาเยี่ยมแม่ แต่ก็จำทางไม่ได้ว่าอยู่ที่ใด

ขึ้นปี 2 ...ชีวิตน่าจะดีขึ้นในแม่โจ้....... ผมถูกเพื่อนๆเลือกให้เป็นรองประธานประเพณี โดยมีไพโรจน์ ทนันชัย
บุตร
เป็นประธาน แต่พองานรับน้องใหม่ผ่านไป มีปัญหาหนักใจนิดหน่อย ไพโรจน์ขอลาออก ผมเลยทำ
หน้าที่ประธานประเพณีแทนตลอดมา ผมยังคงเล่นฟุตบอล และลงงานที่โรงรถเช่นเคย 

Sanguan and Manus
แปลงกุหลาบ สวน อ.บุญ กล่อมจอหอ (รุ่น 18)
สงวน - มนัส 2503


Manus and Sanguan in 2004
มนัส - สงวน 2546 ที่อุบลราชธานี

Boonkier, Sanguan and Narong in 2003

หออุดมศิลป์ ถ่ายกับบุญเกื้อและณรงค์ ชุด ร.ด
. คือเสื้อและกางเกงสีกากี ใช้ได้ทุกโอกาส ไม่มีเครื่องหมาย อะไรทั้งนั้น
2503

Manus, Sanguan, Narong at Doi Suthep

มานัส-สงวน-ณรงค์
เดินขึ้นดอยสุเทพ ประเพณีวิสาขบูชา หกทุ่ม หน้าโรงหนังสุริวงศ์
เช้าวันรุ่งขึ้นจึงเดินทางกลับลงมา


Sanguan, Tip and Pairot

พ.ศ. 2504 ฝายแม่แฝกสงวน-ทิพย์-ไพโรจน์

คิดว่าเป็นชุดที่เทห์ที่สุดในสมัยนั้นกางเกงยีนต้องพับหนาขึ้นมาขนาด 4 นิ้ว และผ้ายีนต้องเป็นสีขาว จะเห็นว่า
หมวกคาวบอยเริ่มนำมาใช้แล้ว ผมไม่มีเงินซื้อยีน เพราะราคาเท่ากับเงินที่พ่อส่งให้ใช้หนึ่งเดือนในสมัยนั้น
คงคิดว่าบุหรี่เท่ห์มากสมัยนั้น

ผมไปเป็นผู้ช่วยหัวหน้าหอวัฒนศิลป์ มีอวบ สารถ้อย และจงรักษ์ พานิชกุล เป็นหัวหน้าหอ มีเรื่องเล่าขานเรื่อง
ผีดุ ที่หอพยาบาลเสมอๆ ใครๆก็กลัวกัน เรื่องผีดุ และหมาหอน ในแม่โจ้ เลยเป็นเรื่องเล่าขานกันต่อมา เวลา
ผู้หญิงเดินผ่านมาในถนนหน้าหอ ก็จะมีเสียงหมาหอน รับกันเป็นทอดๆ คนจากที่อื่นไม่ค่อยกล้าเดินผ่านหน้าหอ
เพราะกลัวเสียงหมาหอน....

เรื่อง หมาหอน เป็นเรื่องที่นักเรียนแม่โจ้ส่วนมากมักทำเสียงหมาหอนเป็นเกือบทุกคน ผมเองก็ชอบทำเสียง
หมาหอน มาทราบด้วยตนเองว่า...เป็นการโห่ไล่ความเหงาของชีวิตได้ 
******************************

เรื่องของประเพณีและความเข้าใจของคนอื่น รวมทั้งอาจารย์ในแม่โจ้ เป็นเรื่องที่ควรบอกกล่าว สมัยนั้น
อาจารย์ยังมีน้อย ส่วนมากเป็นศิษย์เก่า บางคนที่ไม่ใช่ศิษญ์เก่าก็อาจมีปัญหา แต่บางคนก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่
ของฝ่ายปกครองดูแล ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ไม่มีอะไรสำคัญ ยกเว้นวันที่เราจัด ตรวจโรค น้องใหม่ ตอน
ผมอยู่ปี 3 แล้วมีอาจารย์ไปฟ้องผู้อำนวยการ ท่านอาจารย์วิภาต บุญศรี วังซ้าย ท่านเลยมาดุเรา เกิดโกลาหล
กันนิดหน่อย(ที่จริงท่านโกรธคนไปฟ้อง) เพราะรู้กันแล้วหมดแล้ว รวมทั้งอาจารยอื่นๆก็้แวะมาสอบถามแล้ว
แต่พอมีคนไปฟ้องก็เลยต้องมาขัดจังหวะ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปแล้ว พวกเราที่ร่วมกัน "ปฏิบัติการ" ในคืนนั้นก็
เข้าใจกันดี เพียงแต่ว่า ในวันรุ่งขึ้น พวกเราต้องไปซ่อมหลังคาบ้านอาจารย์ท่านนั้น เท่านั้นเอง บทเรียนนี้ ผม
ก็จำและเป็นเรื่องเล่าขานกันมาหลายปี 

ขึ้นปี 3 ผมได้รับเลือกเป็น นายกองค์การนักศึกษาแม่โจ้ (อ.น.ม.) มีทิพย์ เลขะกุลเป็นอุปนายก (ทิพย์ เป็น
ลูกชายของ น.พ.บุญส่ง เลขะกุล ผู้ที่ได้รับการยกย่อวให้เป็น Mr.Conservationist ปลุกกระแสการอนุรักษ์
ธรรมชาติในประเทศไทย)กรรมการอื่น มี วรพงษ์ หอมแก่นจันทร์ สุรพงษ์ เปรมสมิท วันชัย อมรสังข์ ดำรง
อินทร์ปิ่น ทำนุ สุวรรณดิษฐ์ อุดม ลดหวั่น เ
ราทำงานกันส่วนมากเน้นในด้านสวัสดิการแก่นักศึกษา การให้
ความบันเทิง สหกรณ์นักศึกษา ช่วงนี้ แม่โจ้เริ่มมี "เกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย" (Future Farmers of
Thailand) หรือ FFT เป็นหน่วยแรกในประเทศไทย คือ Maejo Chapter โดยมี อาจารย์วิภาต บุญศรี วังซ้าย อาจารย์ประสงค์ ์ วรยศ
อาจารย์สุรพล สงวนศรี ดร.ธรรม เทศนา ในการดำเนินกิจกรรมนั้น
อ.ประสงค์ วรยศ เป็นที่ปรึกษาและเป็นผู้ทุ่มเทเวลากับกิจกรรมนี้อย่างจริงจัง

รุ่นแแรกมีแสวง ริมประนาม เป็นนายกองค์การเกษตรกรในอนาคต ต่อมารุ่นสอง ก็มี สนม ใหญ่แก้ว เป็นนายก
ตอนนี้เราเริ่มมีชมรมต่างๆตั้งขึ้นหลายมรม มี English Club, Rugby Club, Pomology Club, Music Band 

อยู่ปี 3 ในปี 2505 เป็นปีแรกที่ แม่โจ้ รับนักศึกษาหญิงรุ่นแรก แม่โจ้ก็เลยเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร พวกนัก
ศึกษาชายก็แต่งตัวดีขึ้น 
อย่างไรก็ตาม ชีวิตผม ก็เช่นเดิม ผมมีเสื้อผ้าสรวมใส่ไปเรียนหนังสือน้อยมาก จำได้ ชุดสีกากีแบบราชการ(
ตัดมาตั้งแต่เป็นนักการภารโรง)ผมใช้ขึ้นตึกเรียน ใช้เรียน ร.ด. ก็ได้ สมัยนั้น ไม่ใช้เครื่องแบบ ร.ด. ในแม่โจ้ 
ผมมีกางเกงยีนตัวเดียว เสื้อขาวไว้ไปงาน ที่ต้องแต่งกายเรียบร้อย เช่นงาน อ.น.ม. นอกนั้นผมใช้เสื้อสีกากี
ตลอด ผมมีเครื่องแต่งตัวน้อยมาก มีรองเท้าบู๊ตทหารใส่ไปได้ทุกที่ พวกเราห้ามสรวมรองเท้าแตะขึ้นตึกเรียน
เด็ดขาด ตัดผมร้านพี่ผัน นานๆได้ไปตัดในเวียงสักที ดูหนัง 3 บาท นั่งแถวหน้า
โรงหนังในสมัยนั้นมี สุริวงศ์ ศรีนครพิงค์ ศรีวิศาล และอีกโรงอยู่ที่เชียงอินในปัจจจุบัน(ลืมชื่อ) 
คิวรถในเมืองอยู่ที่ปั๊มสามทหารเดี๋ยวนี้เป็นร้านทองโอ๊วจินเฮง
 สมัยนั้น เวลาพวกเราเจ็บป่วยก็ไปรับการรักษา
ที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค เคยไปส่งเพื่อนๆเจ็บป่วยหลายครั้งก็ทุลักทุเลพอสมควร เพราะเราต้องรีบไปตามพี่
กระจ่าง จำปาศรีมาขับรถยนต์ให้ แม่โจ้เคยมีเรื่องกับวิทยาลัยเทคนิค(ห้วยแก้ว)บ่อยๆ ทาง อนม.
ก็จัดให้มีแข่งฟุตบอลเชื่อมสามัคคี และก็จัด
ต่อมาหลายปี เหตุการณ์ก็ดีขึ้น ไม่มีเรื่องราวต่อยกันอีก ประเทศไทยมีปัญหาเรื่อง เขาพระวิหาร
ทางแม่โจ้ก็จัดขบวนแห่มาร่วมกับเขา ที่ในเมือง โดยมีขบวนพรเหรด เดินด้วยเท้ามาอย่างน่าทึ่ง
เป็นที่สนใจของชาวเมืองอย่างมาก เรามีงานกฐิน อนม.ก็จัดขบวนไปในเมื่อง มี
ฟ้อนเมือง และขบวนแฟนซี อนม. ช่วยงานกิจกรรมนักศึกษาได้อย่างมากเป็นที่เบาใจของฝ่ายปกครอง
พวกเราปกครองกันเอง มีทำโทษ
ทั้งลงน้ำ วิ่งขอบสระ และใครที่มีโทษที่มีหนักหน่อยก็เอาไว้ชำระกันในเดือนธันวาคม อากาศหนาวๆ 
ผมเป็น นายก อนม. แต่ก็ถูกทำโทษ ถูกถีบลงน้ำในช่วงหน้าหนาว(ธันวาคม 2505) เช่นกัน เหตุเกิดเพราะปี 3
จัดกินเลี้ยง ต้มถั่วเขียวใสน้ำตาล ในงานเปิดสโมสร Co-Cp Bar ตรงหน้าบ้าน อ.สุรัตน์ มงคงไชยสิทธิ์(แม่โจ้
รุ่น1 )
มีทิพย์เป็นผู้จัดการสโมสร วันหนึ่ง ในเดือนธันวาคม 2505 เราทำโทษนักศึกษาที่ทำผิดกฏที่สระ
เกษตรสนาน ปรากฏว่า มีรุ่นน้อง ปี 2 ถามต่อหน้าพิธีขอบสระว่า ปี 3 จัดงานเลี้ยงทำไมไม่บอกปี 2 ให้ร่วม
ด้วย..... แค่นั้น เอง ผมต้องยอมรับผิด และถูก พี่เสมอ สมนาค รุ่น 19 (ประธานประเพณี)
ซึ่งมาเรียนหลักสูตร ปมก. ชำระโทษ ลงน้ำตามประเพณี เป็นเรื่องของ Spirit ที่ทุก คนต้องยอมรับ เมื่อชำระโทษแล้วก็หายกันไป 
จึงขอบอกกล่าวให้รุ่นหลังๆ ว่า หากมีความผิด เมื่อชำระโทษกันแล้ว ก็หมดกัน ไม่มีใครโกรธใคร เพราะถือว่า
อโหสิกันไปแล้ว มลทินล้างไปแล้วในสระเกษตรสนาน

แม่โจ้รุ่น 25 จัดทำหนังสืออนุสรณ์รุ่นที่เชียงใหม่ทั้งหมด ผมอยู่ที่แม่โจ้จนถึง 11 เมษายน 2506 หนังสือยังไม่
เสร็จ ผมต้องกลับโคราช ไปสอบที่สำนักงานส่งเสริมการเกษตร ที่อาจารย์ทำนอง สิงคาลวนิชย์ เป็นผู้อำนวย
การกอง และผู้ตรวจราชการกระทรวงในสมัยนั้น
 และคณะจัดทำหนังสือก็มี ประสพ ลิ้มศิริชัย เป็นผู้ประสาน
งานการจัดทำ คณะผุ้จัดทำช่วยกันในเวลาต่อมา เมื่อเพื่อนๆ สอบเรียนต่อในระดับเทคริคเกษตร รุ่นที่ 1 แต่
ผมต้องออกไปทำงานที่โคราช ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2506 พร้อมกับไพวงศ์
หลักชัย ซึ่งบรรจุไปอยู่ที่อุบลราชธานี ได้รับการบรรจุ เมื่อ27 พฤศจิกายน 2506 

ไพวงศ์ หลักชัย รับราชการตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณคือ เกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และเกษียณ เมื่อ
กันยายน 2544 ส่วนผมลาออกจากการเ็ป็้นข้าราชการตั้งแต่ ื28 พฤศจิกายน 2509

ขอจบภาคเริ่มต้นของชีวิตที่แม่โจ้ 2503-06 เพียงเท่านี้ก่อน ข้อปลีกย่อยจะปรังปรุงเพิ่มเติมเมื่อมีโอกาส 
สร้างเพจเมื่อ วันที่24 ตุลาคม 2546 

************************

ภาคสอง ที่แม่โจ้ เมื่อกลับจากอเมริกา(ในโครงการ International Farm Youth Exchange) และมาทำงานที่
เชียงใหม่..........2513-17 พร้อมเรียนเทคนิคเกษตรและทำงานวิจัยเกษตรที่สูงร่วมกับโครงการหลวง และ
เป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม โดยเฉพาะเมื่อทำงานที่ USDA/ARS.

ชีวิตผมในช่วงปี 2513-2517 ขณะที่พำนักในแม่โจ้ และทำงานในเมืองเชียงใหม่ และลงเรียนหลักสูตรเทคนิค
เกษตรไปด้วยจนจบ พร้อมกับชาวเทคนิคเกษตรแม่โจ้ รุ่น 9
ก่อนที่จะมีหลักสูตรปริญญาตรีเมื่อได้รับการ
สถาปนาเป็น สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ในปี 2518 ช่วงนี้แม่ของผมย้ายมาอยู่ด้วยที่เชียงใหม่ เป็น
ช่วงที่ผมได้ใช้เวลามากมายในแม่โจ้ มีแต่สู้งานและสู้ชีวิตอย่างมาก

เป็นช่วงชีวิตที่ต้องต่อสู้อย่างมาก ทำงาน เรียน(ปกติ)และช่วยงานโรงเรียนไปด้วย สนุกมาก มีเรื่องราวต่างๆ
มากมายในชีวิต สนุก และเป็นบทเรียนมากมายของชีวิตผม........แม่โจ้จึงเป็นบ้าน ของผม เป็นที่เกิดของลูก
สาวผม (ปี 2516) และเป็นความผูกพันต่อชีวิตผมมาจนทุกวันนี้

ชีวิตกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ พลาดหลายครั้ง พลั้งหลายหน แต่ก็เอาตัวรอดมาได้.. ขอขอบคุณต่อ พี่ๆ เพื่อนๆ
น้องๆ ชาวแม่โจ้ ที่ได้ร่วมงานกันมา และทำให้ชีวิตไม่ลำบากมากนักตราบมาจนทุกวันนี้
******

ปัจจุบัน พ.ศ. 2546
ความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่ยิ่งมีความผูกพันมากยิ่งขึ้น เพราะวันเวลาที่จะได้เห็นแม่โจ้นั้น น้อยลงไป
เรื่อยๆ ตามอายุที่ต้องเป็นไปตามธรรมชาติ คือ เกิดมา ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ร่างกายนี้ก็จะกลับไปสู่ดินเปลี่ยน
เป็นที่เกิดของพืชและสิ่งมีชีวิตอื่นๆต่อไป อันเป็นสัจธรรมที่พวกเราหนีไม่พ้น

ผมถือว่าเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องมางานแม่โจ้วันที่ 6-7 มิถุนายน และต้องมาน้อมระลึกถึงท่านอาจารย์วิภาต
ใน "วันวิภาต บุญศรี วังซ้าย" วันที่ 30 ตุลาคม ของทุกปี เพราะถือว่าท่านเป็นผู้สร้างให้ผมได้ต่อสู้ชีวิตและอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
ความความเป็น ลูกแม่โจ้ และทำให้ผมได้ทุกอย่างที่ผมเคยฝันเมื่อวัยเด็ก....และมีความสุขอย่างแบบของผม..
ตราบทุกวันนี้

หลังมิถุนายน 46 มาแล้ว ก็ยังคงช่วยเหลืองานสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้เช่นเคย เป็นกรรมการที่ปรึกษาและ
อนุกรรมการ ก็ช่วยเหลือสมาคมเท่าที่จะช่วยได้ เพราะวัยและเวลาเป็นส่วนประกอบสำคัญ

ช่วงนี้ได้จดทะเบียนโดเมนเนมเป็นของตัวเองอีกหนึ่งชื่อ คือ www.maejo.net
(มีโดเมนเก่าทำเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว www.pangfan.org ตั้งแต่ปี 2539)

เพื่อเปิดเว็บบอร์ดให้ชาวแม่โจ้ได้คุยกัน และ้ได้ใช้เขียนบันทึกถึงเพื่อนฝูงแก้เหงาไปด้วย ก็เป็นการใช้
เวลาช่วงวัยนี้ให้มากที่สุดเพื่อแม่โจ้ของเรา

ปรับปรุง 28 มกราคม 2547
****

วันเวลาผ่านไปรวดเร็ว 3ปี แล้วครับ บนหน้าเพจนี้ ได้รับการตอบรับจากพี่น้องลูกแม่โจ้ที่ใช้สื่อทางอินเทอร์เน็ต
อาจารย์ธนิต มะลิสุวรรณ รุ่น 20 ท่านใช้อินเทอร์เน็ตเขียนข่าว ถ่ายภาพ และส่งข่าว มาให้พวกเรารับทราบอย่างสม่ำเสมอ
ภาพจากงานพืชสวนโลกที่สวยๆ ท่านได้ไปถ่ายมาให้พวกเราได้เก็บไว้มากมายขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

คุณศิริกุล ทิวาวรชัย รุ่น 50 ผู้ประสานงานเครือยข่ายศิษย์เก่าทั่วประเทศ
ได้ส่งภาพ เขียนข่าว และนำมาให้พวกเราได้รับทราบอย่างสม่ำเสมอ

พี่น้องลูกแม่โจ้อีกหลายท่านได้เริ่มส่งข่าวและภาพมาให้เราเพื่อนำลงผ่านทางเว็บบอร์ดขอขอบคุณ
คุณรุ่งช้ย 46 นครสวรรค์, คุณประมง 55, คุณกษิต 53, คุณวินัย 34, คุณเนาว์ 34, คุณสุขพล 34

ขอบคุณ คุณรัฐวิชญ์ พาฉิมพลี รุ่น 62 ที่เขียนกลอนในวาระต่างๆ ส่งมาให้อยู่เสมอ

ขอบคุณพี่น้องๆ ศิษย์เก่าอาวุโส ทุกท่าน ที่มีกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้ กทม. โดยมี คุณแผ้ว ดิษเลิส รุ่น 11 เป็นประธานและเลขานุกการ
มีคุณศิริกุล เป็นผุ้ประสานงาน
ซึ่งมีการพบกันทุกเดือนที่พงหลี ในวันที่ 20 ของ กเดือน
เวลา 11.00-15.00 น.

และที่จิตรโภชนา ทุกวันที่ 5 ของเดือน
เวลา 11.00น. เป็นต้นไป
*****

ผมมีโอกาสเดินทางไปพบและเยี่ยมเยียนศิษย์เก่าอาวุโสในหลายจังหวัด หลายรุ่น เป็นการเดินทางในช่วงเวลา 3 ปี
ที่มีคุณค่าและจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป หลายเรื่องผมจะเขียนลงใน
เว็บบอร์ด คุยกับ ส.จันทร
ซึ่งปรากฎว่ามีพวกเราเข้าไปเขียน ถาม
และผมก็ตอบไปเท่าที่จะตอบได้ นับว่าได้รับการตอบรับดีมาก
****

72 ปี ตำนาน แม่โจ
เป็นหนังสือรวมเรื่องราวต่างๆของแม่โจ้
ที่ผมนำออกอากาศมาตลอดเวลา 3 ปเศษ ที่สถานีวิทยุระบบ FM 95.5 ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้
ทุกวันเสาร์ เวลา 10.05-11.00 น.
และได้จัดพิมพ์แจกเพื่อนฝูงและพี่น้องลูกแม่โจ้ไปเพียง 200 เล่ม
สุขใจที่ได้เขียนเรื่องราวต่างๆ ของพวกเรา ของแม่โจ้ ที่พวกเรารักครับ
ส.จันทร 10 มีนาคม 2550

" สงวน จันทร์ทะเล : โซ่ทองคล้องใจชาวแม่โจ้"

ขอแสดงความยินดีชื่นชมนัก                   ด้วยศรีศักดิ์ผลงานดีที่มีให้
ชาวแม่โจ้ขอเป็นกำลังใจ                                                   ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงตรงทางเดิน
ปริญญามหาบัณฑิตนิเทศศาสตร์ ฯ                 ช่างองอาจสง่างามน่าสรรเสริญ
มิใช่ได้มาจากความบังเอิญ                                                 แต่ประเมินจากผลงานที่ผ่านมา
ประจักษ์แจ้งแก่คนชนทุกหมู่                                           ร่วมต่อสู้พิทักษ์และรักษา
ปางแฟนค่ายธรรมชาติวิทยา                                             ให้รู้ค่ารู้รักสิ่งแวดล้อม
แม่โจ้ดอทเน็ตสื่อสร้างสายสัมพันธ์                                 ให้รักกันคงมั่นหมั่นถนอม
ทั้งใกล้ไกลน้ำใจไหลหลั่งพร้อม                                      ต่างรายล้อมมอบด้วยรักและภักดี
เป็นศิษย์เก่าดีเด่นไม่มีโล่                                                    ด้วยเติบโตได้ดีเพราะที่นี่
จึงสละพร้อมอุทิศชีวิตพลี                                  หมายน้องพี่สามัคคีก็พอใจ
ปณิธานในใจช่างคงมั่น                                                     ไม่เคยหวั่นความเหนื่อยล้าแม้หนไหน
อุปสรรคหนักร้ายก้าวข้ามไป                                            เพียงหมายให้แม่โจ้นั้นจงมีชัย
คือ "สงวน จันทร์ทะเล" ของพี่น้อง                               เป็นโซ่ทองคล้องกลางใจสุดเหนือใต้
เพื่อนพี่น้องครูอาจารย์ต่างภูมิใจ                                      ได้อาศัยพึ่งพิงอิงความดี
ในวาระรับปริญญามหาบัณฑิต                        มวลมิ่งมิตรล้วนยินดีเป็นศักดิ์ศรี
ขออำนาจดวงวิญญาณ์บารมี                              "แม่โจ้"นี้ประทานพรทุกตอนไป
อายุ จงยืนยาวมั่นมากร้อยปี                               วรรณะ นี้งามพิสุทธิ์ผุดผ่องใส
พละ มากกล้าแกร่งเลิศกว่าใคร                         สุข กายใจเจริญยิ่งทุกสิ่งเอย



ด้วยจิตคารวะ  
รัฐวิชญ์ พาฉิมพลี
(พ.รัฐวิชญ์ 62)
29 มกราคม 2551


ธงเขียวขาวเหลือง ประจำมหาวิทยาลัยแม่โจ้
คารวะศาสตราจารย์ ดร.ระพี สาคริก รุ่น 7
Sanguan Chantalay, MA in Integrated Communication (Hon0, MJU.

แม่โจ้มหาวิทยาลัยแห่งชีวิต
***

คำสดุดีเกียรติคุณ
นาย  สงวน จันทร์ทะเล
ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศัดดิ์
สาขาวิชา  นิเทศศาสตร์บูรณาการ

                นายสงวน  จันทร์ทะเล    สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย   จังหวัดนครราชสีมา  สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรอาชีวศึกษาจากวิทยาเกษตรกรรมเชียงใหม่  ในปีพุทธศักราช ๒๕o๖ (แม่โจ้รุ่นที่ ๒๕)และสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จากวิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่ในปีพุทธศักราช ๒๕๑๖  ด้านงานประจำ  นายสงวน  จันทร์ทะเล  ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารเว็บไซต์  และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาธรรมชาติปางแฟน  บ้านแม่เลา อำเภอ แม่แตง  จังหวัดเชียงใหม่  และเป็นผู้บริหารเว็บไซต์  เครือข่ายศิษย์เก่าแม่โจ้  ในส่วนของงานพิเศษ  ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการที่ปรึกษาสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้  เป็นประธานชมรมนักพฤกษศาสตร์ท้องถิ่น  เป็นผู้จัดกิจกรรมค่ายเยาวชนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและเป็นนักจัดรายการ  แม่โจ้เมื่อวันวาน”  ทางสถานีวิทยุ  FM  ๙๕.๕ mhz. เสียงจากแม่โจ้เชียงใหม่
                นาย สงวน  จันทร์ทะเล  เป็นผู้ที่มีผลงานทางวิชากา