ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาส่งเสริมการเกษตร อนุสาวรีย์ศาสตราจารย์วิภาต บุญศรี วังซ้าย มหาวิทยาลัยแม่โจ้เชียงใหม่
ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย

“จากศิษย์ถึงอาจารย์”

การถึงแก่อสัญกรรมของอาจารย์วิภาต  เมื่อวันที่  ๓๐  ตุลาคม  ๒๕๒๗  น  เป็นข่าวที่ทุกคนเกือบไม่เชื่อว่าเป็นจริง  เพราะท่านอาจารย์เป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกาย  และจิตใจที่สมบูรณ์ทุกอย่าง  การเจ็บไข้ได้ป่วยจนถึงต้องเข้าโรงพยาบาลเมื่อปลายเดือนสิงหาคม  ๒๗  นั้น  ก็เป็นเพียงข่าวธรรมดาที่ไม่เคยมีใครคิดวิตกว่าจะมีผลทำให้เกิดการสูญเสีย  และทุกข์ระทมใจแก่ครอบครัว  ญาติมิตร  และลูกศิษย์ลูกหาในเวลาต่อมาได้เลย
แต่แน่แท้ว่า  ทุกคนย่อมหลีกหนีความตายไม่ได้
และท่านอาจารย์วิภาตก็ไม่ได้หลีกหนีความจริงอันนี้เช่นเดียวกัน
ท่านด่าวนจากพวกเราไปเร็วกว่าที่ทุกคนจะได้คาดคิด
เป็นความเสียดาย  อาลัย  สุดที่จะพรรณาความรู้สึกได้  ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ไกลหรือใกล้ท่านก็ตาม

ผมรู้จักท่านอาจารย์วิภาต  เมื่อท่านหวลกลับมารับราชการใหม่อีกครั้งตามคำเชิญของกรมอาชีวศึกษา  กระทรวงศึกษาธิการ  ในตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้  จังหวัดเชียงใหม่  โดยผมเข้ามาสอบแข่งขันกับผู้สมัครอื่น ๆ  จากทั่วประเทศ  เมื่อต้นเดือนเมษายน  ๒๔๙๘  โดยท่านเข้ารับราชการก่อนหน้าที่ผมไปเรียนแม่โจ้เพียงปีเดียวเท่านั้น
สมัยนั้นโรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้  จะรับนักเรียนใหม่ตามหลักสูตรของกรมอาชีวศึกษา  ปีละประมาณ  ๘๐  คน  โดยแบ่งเป็นนักเรียนทุน  (คือรัฐจ่ายค่าอาหารเดือนละ  ๒๐๐.-  บาทให้)  จำนวน  ๔๐  คน  และนักเรียนนอกทุน  ๔๐  คน
แต่ก่อนนั้นที่จะเรียนเกษตรมีจำนวนน้อยเต็มที  มีผู้สมัครเข้าเรียนไม่มาก  จนรัฐบาลต้องเอาใจผู้เรียนโดยออกทุนให้อยู่และกินฟรีมาโดยตลอด
แม้กระนั้นผู้ปกครองลูกหลานที่เรียนจบ  ม.๖  ก็ไม่อยากส่งเข้าเรียนต่อที่แม่โจ้  เพราะกิตติศัพท์ชื่อเสียงนักเรียนแม่โจ้สมัยนั้นเป็นที่เลื่องลือไปไกลมาก
เพื่อน ๆ  บ้านผมมักจะพูดเปรย ๆ  กับคุณพ่อผมว่า  ทำไมจึงส่งผมไปเรียนแม่โจ้  เพราะแม่โจ้ก็คือโรงเรียนดัดสันดานเราดี ๆ  นั่นเอง

ผมไม่ใช่เด็กเหลือขอ  ทำไมจึงส่งไปเรียนแม่โจ้
แต่น่าฉงนนักที่ปีนั้น  (๒๔๙๘)  กลับมีผู้สมัครเข้าสอบแข่งขันเป็นนักเรียนเกษตรแม่โจ้มากเป็นพิเศษถึงสองร้อยกว่าคน
เฉพาะผู้สมัครที่มาจากจังหวัดแพร่ก็เกือบได้จำนวนที่จะรับอยู่แล้ว  เพราะลูกหลานชาวเมืองแพร่  เมื่อทราบว่าผู้แทนเมืองแพร่เก่าได้เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้ก็ฝากบุตรหลานมากับท่านมากมาย
ในฐานะที่ท่านเป็นนักการเมือง  เป็น ส.ส.จังหวัดแพร่มาก่อน  ผมคิดว่าท่านคงต้องหาทางคลี่คลายปัญหานี้ให้ได้
ในที่สุดท่านก็ตัดสินใจประกาศรับผู้สมัครกว่าสองร้อยคนเข้าเรียนหมดทุกคน  เฉพาะผู้ที่ผ่านมาทดสอบภาคปฏิบัติ  และอยู่สอบข้อเขียนภาคทฤษฎีจนครบทุกวิชา
เรียกว่าถ้าใครไม่หนีกลับไปก่อน  ท่านรับเข้าเรียนหมด
ปี  พ.ศ.  ๒๔๙๘  จึงเป็นปีแรกที่ท่านอาจารย์วิภาตรับนักเรียนมากเป็นประวัติการณ์  ถึง  ๒๑๒  คน
ในขณะที่ประกาศของกรมอาชีวศึกษาให้แม่โจ้รับนักเรียนใหม่เพียง  ๘๐  คน

การตัดสินใจของท่านครั้งนี้  เป็นการวางเดิมพันกับตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ชั้นเอก  ซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ขณะนั้นมีข้าราชการระดับนี้ก็เพียงผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น
หลายคนเป็นหนี้บุญคุณ  เป็นหนี้ชีวิตต่อการตัดสินใจของท่านอาจารย์วิภาตครั้งนี้อย่างยิ่ง
ครับ  ผมกำลังจะบอกท่านว่า  อาจารย์วิภาตนั้นตลอดชีวิตการปฏิบัติหน้าที่ราชการไม่ว่าในตำแหน่งอะไร  ท่านไม่เคยหวง  ห่วงต่อตำแหน่งแม้แต่น้อยนิด
ท่านกล้าตัดสินใจ  และกล้ากระทำในสิ่งที่จะเกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นโดยแท้

ศิษย์ของท่านจึงได้เกิด  เป็นผู้เป็นคน  มีวิญญาณและสปิริตจากการถูกอบรม  หล่อหลอมให้อดทน  และเสียสละเพื่อสังคมในช่วงเวลาที่อยู่แม่โจ้นั้น  ได้ทำให้ศิษย์ของท่านเติบโต  ก้าวหน้าในทุกอาชีพของสังคม  ตราบเท่าทุกวันนี้
ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี  อธิบดี  ผู้ว่าราชการจังหวัด  นายทหาร  ตำรวจ  ผู้บัญชาการเรือนจำ  หัวหน้าสถานศึกษา  เกษตรกรผู้นำ  ผู้นำชุมชน  และเกษตรกรต่าง ๆ  ทั่วประเทศอยู่ในขณะนี้  ล้วนเป็นผลพวงของการตัดสินใจ  จากท่านอาจารย์วิภาต  และเหล่าครูอาจารย์ในปกครองท่านอาจารย์วิภาตโดยแท้

ครับ  ท่านได้สร้างให้พวกเราเป็นคนที่มีคุณค่าแก่สังคมมากที่สุด  เราจึงลืมพระคุณของท่านไม่ได้  และมิอาจตอบแทนบุญคุณท่านได้หมดด้วย
แม้พวกเราตอนนั้น  จะถูกกระหน่ำว่าหาว่าเป็นพวกห้าร้อย  (เพราะจบปี  พ.ศ.  ๒๕๐๐)  พวกเศษสวะมาติดที่แม่โจ้และอื่น ๆ  ก็ตาม
แต่หัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตของทุกคนขณะนั้นต้องการที่พึ่ง  ต้องการที่ศึกษา  อบรม  พวกเราบากหน้ากันมาไกล ๆ  จากใต้สุดก็มี  จากอิสานก็มาก  ถ้าเราไม่ได้เรียนแม่โจ้  เราจะไปทางไหนกัน
ท่านจึงเป็นเสมือนไม้ใหญ่ที่ไม่เพียงแต่มีกิ่งก้านสาขาแผ่ช่วยคุ้มครองป้องภัยให้พวกเราพ้นภัยเท่านั้น  แต่ร่มเงาที่ปกคลุมยังแผ่กว้างให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขตลอดเวลาอันยาวนานโดยแท้
ขอคารวะท่านด้วยความสุจริตใจ  และจริงใจยิ่งครับ

ในฐานะที่เป็นศิษย์ของท่านผู้หนึ่ง  ผมมองเห็นท่านมาโดยตลอด  ได้มีโอกาสร่วมงานกับท่านก็มากครั้ง  จึงใคร่ขอพูดถึงท่านในสายตาและความนึกคิดโดยส่วนตัวสักครั้ง
ถ้าจะให้ตั้งคำถามในใจ  แล้วตอบความในใจนั้นออกมาก็คงจะได้เนื้อความดังนี้

  1. 1. ท่านเป็นนักประชาธิปไตยไตยตัวอย่าง

โดยที่ท่านเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดแพร่และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่ยังหนุ่ม  จึงทำให้ท่านสนใจการเมืองมาโดยตลอด
การปกครองในแม่โจ้สมัยนั้น  กรมอาชีวศึกษาได้พิจารณารอบคอบแล้วเห็นว่าจะต้องได้บุคคลที่รอบรู้  และมีจิตวิทยาการปกครองสูงจึงจะสามารถดูแลนักเรียนเกษตรได้อย่างเรียบร้อย
เพราะนักเรียนเกษตรแม่โจ้ขณะนั้น  หลายคนก็เป็นเจ้าวิทยายุทธและจอมเซียนมาจากแหล่งต่าง ๆ  กันทั้งนั้น  การที่มีจอมยุทธต่าง ๆ  ในที่แห่งเดียวกันนี้  เป็นเรื่องที่จะต้องใช้ความสามารถ  และยุทธวิธีในการปกครองอยู่ในระดับสูง
ท่านอาจารย์วิภาต  ได้ใช้ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านเองมาจัดระบบการปกครอง  ให้แก่ครูอาจารย์และนักศึกษาแม่โจ้  จนทำให้เหตุการณ์สำคัญที่เสี่ยงต่ออันตรายได้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
ท่านแบ่งงานความรับผิดชอบ  ให้เกียรติแก่ผู้ร่วมงานแก่ทุกคนที่พบปะ  ให้ความสำคัญของงานที่ทุกคนได้รับมอบหมายเสมอหน้ากัน  แม้นักศึกษาก็ออกพบปะ  พูดคุย  ทักทาย  สนใจงานที่ทำ  สิ่งต่าง ๆ  เหล่านั้นได้ช่วยสร้างบรรยากาศความใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างยิ่ง  ทั้งเหล่าครูอาจารย์และนักศึกษา
ในสมัยที่สถานศึกษาแม่โจ้  ได้รับการยกฐานะเป็นวิทยาลัยและสถาบันระดับมหาวิทยาลัยนั้น  ท่านก็ยังปฏิบัติงานสม่ำเสมอ  จนหลายคนที่ไม่เข้าใจและพบท่านเพียงผิวเผิน  คิดว่าท่านคงไม่มีงานอะไรต้องทำเลยกระมัง  เพราะงานได้ถูกแบ่งความรับผิดชอบไปหมดแล้ว
ผู้ที่รับงานก็ปฏิบัติงานได้เต็มที่  สามารถแสดงออกทั้งความคิดและผลงานต่าง ๆ  อย่างอิสระมากที่สุด
จึงนับว่าท่านได้วางรากฐานการปกครองแม่โจ้แต่อดีตจนถึงปัจจุบันด้วยระบบประชาธิปไตยที่ยากจะหาใครเหมือนได้

  1. 2. เป็นผู้มีเมตตาธรรม

หลายต่อหลายคน  ไม่ว่าจะเป็นลูกศิษย์  ผู้ร่วมงาน  หรือผู้คุ้นเคยท่านอาจารย์วิภาต  ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า  “ใครก็ตามที่ตำหนิ  หรือกล่าวหาว่าอาจารย์วิภาตไม่ดี  ด้วยประการใดก็ตาม  ขอให้รู้ไว้ด้วยว่าคนที่กล่าวหาอย่างนั้นแหละ  คือคนที่ต้องการระวังให้มาก”

ด้วยการที่ท่านเป็นผู้มีเมตตาธรรมสูงส่งนี้เอง  จึงทำให้ทุกคนที่รู้จักท่าน  ได้มีโอกาสพูดคุย  หรือร่วมงานด้วยจะประทับใจในคุณลักษณะพิเศษของท่านเป็นอย่างยิ่ง
เมตตาธรรมของท่านแผ่ไปยังทุกคน  ทุกชั้นและวัย  แม้แต่ภูตผีปีศาจร้าย
ท่านเคยพูดเสมอ ๆ  ว่า  เวลาท่านทำบุญ  กรวดน้ำ  อุทิศส่วนกุศลนั้น  ท่านแผ่เมตตาบุญกุศลให้ทั้งบุพการี  ครูอาจารย์  จนถึงภูมิผีเปรต  ปีศาจที่อาจสิงสู่ตามสถานที่ต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็นในป่าเขา  บนถนนในน้ำ  และอากาศ
เวลาท่านขับรถยนต์ไปไหน  ท่านจึงไม่เคยประสบภัยอันตรายอะไรเลย  เพราะวิญญาณเหล่านั้นเป็นมิตรกับท่านหมด  มีแต่จะช่วยท่านให้อยู่รอดปลอดภัยตลอดทางด้วยซ้ำไป
ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์วิภาตทุกรุ่น  ซาบซึ้งในเมตตาธรรมของท่านมาโดยตลอด  ท่านไม่ทำโทษใครจนเสียอนาคต  แม้ศิษย์บางคนจะต้องถูกข้อบังคับให้หมดสภาพการเป็นนักศึกษา  ท่านก็ยังติดต่อหาสถานที่เรียนใหม่ให้
เรียกว่าให้เขาได้เรียนจนพอใจ

สมัยหนึ่งถึงกับเป็นเรื่องฮือฮากันมากในวงการอาชีวเกษตรของประเทศไทย
เพราะท่านรวบรวมบรรดานักศึกษาที่ไม่อาจเรียนต่อได้ด้วยข้อบังคับของกระทรวงศึกษาธิการ  (คือหมดสภาพเป็นนักศึกษา)  จัดหลักสูตรพิเศษ  คืออนุญาตให้ศึกษาได้ในชั้นปกติกับนักศึกษาอื่น ๆ
พอครบ  ๓  ปี  หรือ  ๕  ปี  ท่านก็ออกประกาศนียบัตรของผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้ให้  เรียกประกาศนียบัตรนี้ว่า  “ประกาศนียบัตร ผ.อ.”

เป็นเรื่องน่าสนใจยิ่ง  ที่นักศึกษาซึ่งได้รับ  “ประกาศนียบัตร  ผ.อ.”  นี้หลายต่อหลายคน  ประสบผลสำเร็จในชีวิตการงานอยู่ในระดับสูง  เป็นนักบริหารงานทั้งภาคธุรกิจเอกชน  และส่วนตัวที่มีสมรรถภาพสูงและประสบผลสำเร็จที่น่าศึกษายิ่ง
คำพูดที่ประทับใจประโยคหนึ่งของท่านก็คือ  “ปลูกไมตรีดีกว่าพาล”  ทุกครั้งที่พบใคร  หรือใครขอความช่วยเหลือ  ท่านมิเคยปฏิเสธ

ครั้งหนึ่ง  เมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๒๕  ภายหลังจากไปร่วมงานของชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้  ภาคอีสาน  และอยู่ระหว่างขับรถยนต์กลับเชียงใหม่  เส้นทางระหว่างขอนแก่น-ชุมแพ  นั้น  เผอิญมีรถยนต์กระบะขนาดเล็กเสียและจอดอยู่ข้างทาง
ท่านจอดรถ  และลงไปไต่ถาม  จึงทราบว่ารถยนต์ขัดข้อง  แต่เจ้าของรถจำเป็นต้องไปชุมแพ  ท่านพยายามช่วยแก้ไขอยู่พักใหญ่  และเห็นว่าไม่มีทางจะทำให้ดีได้  จึงตกลงใจลากจูงรถที่เสียไปชุมแพ  ซึ่งต้องใช้เวลาเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติอีกเกือบสองชั่วโมง
ไม่ต้องบอกนะครับว่า  เจ้าของรถยนต์จะรู้สึกอย่างไร  เมื่อท่านลากจูงรถที่เสียไปชุมแพ  และได้ทราบภายหลังว่าท่านคือ  อธิการบดีของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้
ท่านอาจารย์วิภาต  เป็นผู้ที่รัก  เมตตาต่อครอบครัว  ญาติมิตร  มีความห่วงใยต่อลูกหลาน  ศิษย์  และทุกคนที่ทุกข์ร้อน  ท่านจะหาทางช่วยเหลือ  ปัดเป่า  บรรเทาทุกข์เหล่านั้นให้เบาบางลง  ทาสกครั้งที่โอกาสนับเป็นตัวอย่างที่ดีของครอบครัวยิ่ง

  1. 3. เป็นผู้มีความริเริ่มและพัฒนางานใหม่ ๆ  เสมอ

ยังไม่มีผู้บริหารสมัยใดของสถานศึกษาแม่โจ้ที่ปกครอง  และอยู่กับแม่โจ้ยาวนานเท่ากับท่าน  ท่านได้พัฒนางานของแม่โจ้  และการอาชีวเกษตรโดยส่วนรวมมาโดยตลอด  จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
แม่โจ้จึงเป็นเหมือนรูปแบบงานอาชีวเกษตรที่ถ่ายทอดงาน  และความเติบโตของของการอาชีวเกษตรมาแต่แรกจนถึงปัจจุบัน

เมื่อ  ๓๐-๔๐  ปีที่ผ่านมา  นักเรียนแม่โจ้แต่ละรุ่นที่จบออกไปได้เปรียบเทียบแม่โจ้  สถานศึกษาที่เขาใช้ชีวิตอันแสนจะทรหด  และเต็มไปด้วยการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด  และแสวงหาวิชาความรู้ในชีวิตว่า  แม่โจ้คือ  “มหาวิทยาลัยแห่งชีวิต”  เป็นสถาบันการศึกษาของการเป็นนักเกษตรและผู้นำชนบทของสังคม
จะมีใครล่วงรู้หรือว่า  ปัจจุบัน  “มหาวิทยาลัยแห่งชีวิต”  ที่เขาเปรียบไว้แต่อดีตนั้น  ได้กลายมาเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์  ที่จะให้ทั้งสติ  ปัญญา  และการเรียนรู้การปรับตัวของชีวิตเด็กหนุ่มเด็กสาว
และถ้าไม่มีใครนำทีม  บุกฝ่าอุปสรรคสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ  ให้เป็นที่ยอมรับแก่สังคมแล้ว  แม่โจ้จะเติบโตได้จนถึงขนาดนี้เล่า
แม่โจ้จึงเป็นวิทยาลัยเกษตรกรรม  ในสังคมกรมอาชีวศึกษาแห่งแรกที่เปิดประตูโอกาสของการอาชีวเกษตรให้กว้างและอยู่ในระดับสูงขึ้น  ซึ่งมีผลทำให้สถานศึกษาเกษตรกรรมอื่น ๆ  ภายหลังได้รับการปรับปรุงและยกฐานะติดตามกันมาตามลำดับ
ท่านได้สร้างคน  สร้างคุณภาพของงานและผลผลิตที่สังคมยอมรับ  ชื่นชอบให้ปรากฏโดยทั่วไปเป็นที่ประจักษ์ตราบเท่าทุกวันนี้
ไม่ว่าจะเป็นโครงการ  และงานใหม่ ๆ  ที่ทำให้แม่โจ้เป็นผู้นำในสายอาชีวเกษตรได้ถูกนำมาประยุกต์  ดัดแปลง  ทดลอง  ทำที่แม่โจ้ก่อนทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็นงาน  องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย  (อกท.)  ซึ่งได้วางฐานรูปแบบงานของ  อกท.  กรมอาชีวศึกษา  และชกท.  (ชุมนุมเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย)  ของโรงเรียนในสายสามัญศึกษา  ที่ได้พัฒนาแล้วในปัจจุบัน
งานยุวเกษตรกรในอนาคต  และองค์การแม่บ้านชนบท  (Young  Farmers  of  Thailand  and  Future  Home  Makers  of  Thailand)  เป็นต้น

การเปิดหลักสูตร  ฝึกหัดครูมัธยมเกษตรกรรมเทคนิคเกษตร  และปวส.เกษตร  ตามลำดับ
ท้ายสุด  ท่านได้ต่อสู้และพัฒนาแม่โจ้จนสามารถยกระดับที่สามารถให้การศึกษาได้สูงสุดถึงปริญญาเอกทางการเกษตรและสาขาที่เกี่ยวข้อง
ได้ยกระดับงานอาชีวเกษตรถึงขั้นอุดมศึกษาในระดับศึกษา  สาขาเฉพาะอย่างตราบจนปัจจุบันนี้
แม้แม่โจ้สมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งอธิการบดีอยู่นั้น  จะเป็นการเริ่มระบบการปกครอง  และการศึกษาเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ  ซึ่งมีอุปสรรคหลายอย่างให้แก้ไข  ท่านก็มิได้ย่อท้อ  ได้ให้กำลังใจฝ่ายปฏิบัติช่วยกันทำงาน  สร้างงานร่วมมือกันทุกฝ่ายปัญหาจึงคลี่คลายได้ในไม่ช้า
ท่านมองเห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนและให้โอกาสแก่นักเรียนอาชีวเกษตร  ที่จะได้มีโอกาสเล่าเรียนสูงถึงระดับปริญญา  เช่นเดียวกับผู้เรียนทางสายสามัญ  โดยแม่โจ้ได้จัดโควตาผู้เข้าเรียนต่อในสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้  จากผู้สำเร็จการศึกษาสายอาชีวเกษตร  ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง  (ปวส.)  ถึง  ๖๐%  และคัดเลือกรวมจากส่วนกลางเพียง  ๔๐%
เป็นการให้โอกาสทางการศึกษาแก่ผู้มีกิจกรรมดีเด่น  และเสียสละงานส่วนรวมของสถานศึกษาเดิมได้รับผลตอบแทน  เพราะคนเหล่านี้เมื่อจบการศึกษาแล้ว  จะได้เป็นกำลัง  เป็นความหวังของงานเกษตรทั้งด้านการเสียสละการทำประโยชน์ให้แก่สังคม  และลักษณะความเป็นผู้นำของสังคมต่อไป
ท่านมุ่งมั่นอยู่เสมอที่อยากเห็นงานอาชีวเกษตรของประเทศไทยมีการพัฒนาต่อเนื่อง  และแบ่งงานกันทำ  ท่านจึงเน้นด้านการจัดหลักสูตรปริญญา  โดยรับจากผู้จบศึกษาระดับ ปวส. และ ปมก.  เกษตรกรรมให้มุ่งเน้นวิชาชีพเฉพาะอย่าง  และการจัดหลักสูตรในระดับสูงขึ้น  ถ้ามีกำลังและความพร้อม
ประตูของการอาชีวเกษตร  จึงเปิดกว้าง  และเปิดตลอดเวลาให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมทางอาชีวเกษตรได้เล่าเรียนสูงถึงระดับปริญญา  หรืออุดมศึกษาอาชีวเกษตรที่แม่โจ้นี้โดยเสมอภาคแก่ทุกสถานศึกษา
เรื่องนี้วิทยาลัยเกษตรกรรมและวิทยาเขตเกษตรต่าง ๆ  คงจะทราบดี

นอกจากนี้  ท่านยังได้เริ่มจัดงาน  วันเกษตรแม่โจ้  เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์งานของสถาบันฯ  ในรอบปีให้แก่บุคคลภายนอกได้ทราบ
ได้ให้โอกาสเกษตรกร  นักเรียน  นักศึกษา  และประชาชนได้เข้ามาแสวงหาความรู้  ความบันเทิงจากสถานศึกษาซึ่งสนับสนุนโดยงบประมาณของรัฐตอบแทน  โดยเริ่มงานปีแรกเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๒๓  ต่อมาได้พัฒนาและขยายงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  จาก  ๒  วัน  เป็น  ๕  วัน  โดยมีผู้สนใจเข้าชมงานคึกคัก  สมเจตนารมณ์ทุกประการ
งานวันเกษตรแม่โจ้จึงได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของแม่โจ้ด้านการเผยแพร่งานทางวิชาการเกษตรที่น่าสนใจงานหนึ่งในภาคเหนือ
นอกจากนั้น  ท่านยังได้ปูทางการขยายตัวของแม่โจ้เพื่ออนาคตไว้อีกด้วย  เช่นการเปิดศูนย์ไร่ฝึกและการศึกษาต่อเนื่องที่  อ.ละแม  จ.ชุมพร  การพัฒนางานวิจัย  และส่งเสริมอาชีพแก่คนไทยในท้องถิ่นกันดารยากจนและชาวไทยภูเขา  โดยเปิดสถานีทดลองการเกษตรและเพื่อการฝึกงานของอาจารย์  และนักศึกษาไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ  ตามโครงการเกษตรที่สูง  ในพระราชดำริและพระราชประสงค์  และงานไร่ฝึกอื่น ๆ  ที่จังหวัดเชียงใหม่  เชียงราย  และเพชรบูรณ์
การริเริ่ม  และสร้างงานย่อมต้องทำให้ท่านเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางไปสำรวจ  ประชุมโครงการเพื่อวางแผน  และปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ  ตลอดเวลา  ท่านไม่เคยบ่น  หรือท้อถอย  แต่จะสนุกสนานกับงานที่ทำตลอดเวลา  ทำให้บรรยากาศของการทำงานราบรื่นและมีจุดหมายที่เห็นได้เด่นชัด
ท่านจึงเป็นผู้ที่มีสายตายาว  และมองเหตุการณ์ในอนาคตได้อย่างชาญฉลาด  แม้ตอนเริ่มโครงการต่าง ๆ  แต่ละครั้ง  มักจะมีผู้ไม่เห็นด้วย  หรือตำหนิติฉินนินทา  แต่ท่านมิได้ถือ  เพราะท่านต้องการพิสูจน์ให้คนรุ่นต่อมาได้เห็นว่าความเป็นอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องเห็นในปัจจุบันเสมอไป  ผลงานในอดีตของท่านต่างหากที่ได้พิสูจน์ให้คนรุ่นต่อมาได้เห็นว่า  ท่านมีความเป็นอัจฉริยะแค่ไหน  ต่อการตัดสินใจ  และสร้างงานต่าง ๆ  ขึ้นมาได้อย่างราบรื่นและสมบูรณ์แบบ
จะพูดว่าท่านเป็นคนมือถึงก็คงไม่เกินความจริงเลย

  1. 4. เป็นนักพัฒนาชนบท

ท่านตระหนักและพูดอยู่เสมอว่า  ปรัชญาแม่โจ้นั้น  ต้องเน้นด้านการพัฒนาชนบทเป็นงานแรก  และถือเป็นงานสำคัญที่จะทำให้แม่โจ้  “เด่น”  ต่างไปจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ
ทั้งนี้เพราะแม่โจ้  ตั้งอยู่ในถิ่นชนบท  เป็นมหาวิทยาลัยที่ให้การศึกษาและฝึกอบรมทางการเกษตรจึงควรวางและมองแนวการพัฒนางานด้านนี้ให้สูง
ท่านจะออกไปเยี่ยมโครงการต่าง ๆ  เช่นโครงการพัฒนาอาชีพชาวไทยภูเขา  และการส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎรในท้องถิ่นยากจนโดยร่วมงานกับโครงการหลวงภาคเหนือ  กว่าสิบปีผ่านมาแล้ว
การที่ท่านได้ออกร่วมงานโครงการพัฒนาชนบทเสมอ ๆ  ระหว่างช่วงวันหยุดประจำสัปดาห์นั้น  ได้ทำให้ท่านเข้าใจชีวิตของราษฎรในชนบท  ความต้องการและแนวทางการพัฒนาชนบทไว้มากมาย  ที่ท่านมักจะเล่าสู่กันฟังอยู่เสมอ  ถึงความยากจน  และอะไรคือความหวัง  ความต้องการอันแท้จริงของชาวบ้านในถิ่นยากจน  เหล่านั้น
เมื่อมีโอกาสได้พบปะผู้เกี่ยวข้อง  ก็จะขอให้เขาช่วยเหลือ  และพาไปเยี่ยมสถานที่ต่าง ๆ  เหล่านั้น  เพื่อให้การช่วยเหลือจนทำให้ราษฎรในเขตชนบทรู้จักท่านดีทุกหนแห่ง
แม้การตามเสด็จ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เพื่อถวายคำอธิบาย  และรายละเอียดของงานต่าง ๆ  ที่สถาบันฯ  เป็นผู้ดำเนินการต่าง ๆ  ก็ปฏิบัติต่อเนื่องอยู่ประจำทุกปีมิได้ขาด

ชื่อ  “แม่โจ้”  จึงเป็นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบเป็นอย่างดี  จากผลงานของเหล่าครูอาจารย์และนักศึกษาที่ท่านนำไปร่วมสร้างงานถวายหลายแห่งหลายเวลาด้วยกัน
บารมีนี้มีผลให้พระองค์ท่านสนพระทัยและเสด็จเยี่ยมแม่โจ้ครั้งแรกเมื่อ  วันที่  ๓  มกราคม  ๒๕๑๖  สมัยยังเป็นวิทยาลัยเกษตรกรรม  และเสด็จในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้   ตั้งแต่ปี  พ.ศ.  ๒๕๒๑  เป็นต้นมา  รวม  ๖  ครั้ง
เคยมีลูกศิษย์ลูกหาตั้งข้อสังเกต  และเล่าสู่กันฟังเสมอว่า  “ทุกย่างก้าวที่อาจารย์วิภาตสัมผัส  จะทำให้เกิดความก้าวหน้า  เป็นสิริมงคลแก่เจ้าของพื้นที่หรือกิจการเหล่านั้นทุกแห่ง”
เรื่องนี้จะเท็จจริงหรือพิสูจน์ได้มากน้อยแค่ไหนก็ตามทีเถิด  แต่ทุกสถานที่ที่ท่านแวะเยี่ยม  พักพิง  หรือเชื้อเชิญท่านไปนั้น  ภายหลังจะพบว่ากิจการได้เจริญเติบโตก้าวหน้าตลอดเวลา
แม้แต่หมู่บ้านที่ท่านแวะเยี่ยมให้การช่วยเหลือแต่แรกนั้น  บัดนี้ได้เจริญเติบโต  มีอาชีพและรายได้อยู่ได้อย่างสบาย
งานพัฒนาชนบท  จึงเป็นงานที่ท่านรักและปฏิบัติอยู่อย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา

  1. 5. เป็นผู้ส่งเสริมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทย

อาจารย์วิภาต  เป็นผู้บริหารสถานศึกษาแม่โจ้ท่านแรกที่ได้กำหนดให้มีการนำปัจจัยจากผู้ร่วมบริจาค  ในการทอดกฐินประจำปีของสถาบันฯ  เพื่อทำนุบำรุงวัดวาอารามในบวรพุทธศาสนา
ท่านได้ร่วมรณรงค์หาเงินหาทองไปซ่อมแซมและถวายเป็นปัจจัยแก่วัด  และพระสงฆ์ในท้องถิ่นกันดารอยู่ตลอดเวลา  ได้นำนักศึกษา  อาจารย์  เครื่องทุ่นแรงและเครื่องไม้เครื่องมือออกพัฒนาวัด  สถานสาธารณะประโยชน์เป็นประจำ
นอกจากนั้นยังสนับสนุนศิลปวัฒนธรมไทย  วัฒธรรมไทยพื้นบ้านภาคเหนือต่าง ๆ  โดยร่วมในงานประเพณีของจังหวัด  และอำเภอมิได้ขาด

แม้ครั้งหนึ่ง  ท่านได้รับการร้องขอจากทางวัดให้ท่านช่วยจัดอาหารโรงทาน  เพื่อเลี้ยงคนและจัดอาหารถวายพระ  เป็นจำนวนพัน ๆ  ที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร  ซึ่งไม่มีใครจะรับได้  แต่ท่านรับด้วยความยินดี  และลงมือดูแลการทำอาหารด้วยตนเอง  ทำให้การเลี้ยงของวัดครั้งนั้นลุล่วงด้วยดี

เวลาท่านขับรถยนต์ผ่านวัดต่างจังหวัด  ท่านมักจะแวะเพื่อนมัสการพระสงฆ์และพระพุทธรูปในวัดอยู่เสมอ  มิฉะนั้นก็จะร่วมสนทนาธรรมกับพระสงฆ์อยู่ครั้งละนาน ๆ  ก่อนจะกลับก็จะถามถึงความต้องการของวัด  และร่วมมอบปัจจัยในสิ่งที่วัดขาดแคลนนั้นด้วยทุกครั้ง
เรื่องที่เป็นที่ประทับใจผมมาก  ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับท่านในสถานที่ต่าง ๆ
ที่พำนักของท่าน  จึงมักจะมีพระภิกษุมาแวะสนทนากับท่านอยู่บ่อยครั้ง  เชิญให้ท่านอาจารย์ไปแวะเยี่ยมวัด  หรือร่วมมือกับชาวบ้านสร้างถาวรวัตถุเพื่อบำเพ็ญบุญทางศาสนา
และท่านก็จะไปทุกครั้ง  แม้แต่จะอยู่ต่างจังหวัดก็ตาม
เป็นที่น่าเสียดายยิ่ง  ที่ความปรารถนาของท่านมิอาจส่งผลได้ 

ก่อนหน้าที่ท่านจะเสียชีวิตมินานนักท่านปรารถนาว่าท่านจะบวชในบวรพุทธศาสนาที่วัดแม่โจ้  ในวาระที่แม่โจ้ครบ  ๕๐  ปี  โดยแต่เดิมท่าน  ตั้งใจจะบวชในช่วงงานวันแม่โจ้  ๕๐  ปี  แต่เนื่องจากสุขภาพท่านไม่ค่อยดีนัก  มักจะเป็นหวัดและมีอาการไข้เสมอ ๆ  ประกอบกับลูกศิษย์ลูกหาอยากให้ท่านได้ร่วมงานฉลองในโอกาสครบรอบ  ๕๐  ปีกันก่อนด้วย  ท่านจึงยืดเวลาออกไป  โดยหวังว่าจะบวชภายในปี  พ.ศ.  ๒๕๒๗  ให้ได้

ในระหว่างนอนเจ็บ  รับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  เมื่อวันที่  ๒๒  สิงหาคม  ๒๕๒๗  เป็นต้นมานั้น  ความปรารถนาของท่านที่จะบวชได้แน่วแน่มากขึ้น
ระหว่างไปแวะเยี่ยม  ในขณะที่ท่านป่วยในโรงพยาบาลนั้น  ท่านจะหยิบยกและพูดถึงคำสอนของสมเด็จพระสันมาสัมพุทธเจ้าและของท่านเหลี่ยวผ่านท่านไม่เคยกลัวความตาย  แม้บางครั้งพวกเราจะวิตกที่เห็นอาการท่านทรุดลงไปทุกทีก็ตาม
ท่านเอ่ยถึง  ท่านพระครูวัดแม่โจ้  ที่ท่านตั้งใจจะบวชและพำนักอยู่ที่วัดนี้  และท่านพระครูก็ได้ไปเยี่ยมโปรดท่านถึงห้อง  ก่อนหน้าจะถึงแก่อสัญกรรมไม่กี่วัน
เคยพูดกันเล่นในระหว่างดื่ม  ท่านพูดอยู่เสมอว่า  “แม้ท่านจะตายก็จะไม่ไปไหน  จะวนเวียนอยู่ดูแลแม่โจ้ให้ตลอด”  พวกเรายังเย้าท่านว่า  ถ้าอย่างนั้นเวลาตั้งวงดื่มเหล้ากันจะได้รินเผื่ออาจารย์ไว้ที่หนึ่งก็แล้วกันครับ
ผลบุญจะบังเกิดให้ทุกทาง  แม้แต่การตั้งใจและยึดมั่นในสิ่งดี  ความปรารถนาและความตั้งใจของท่านได้บรรลุผลแล้วจากศรัทธา  และกรรมดีที่ท่านได้สั่งสมไว้  ขณะเมื่อมีชีวิตอยู่

  1. 6. เป็นนักปกครองที่ดีเยี่ยม

การปกครองนักศึกษา  และครูอาจารย์  มิใช่ของง่าย  เพราะเป็นการปกครองคนที่อยู่ในวัยการศึกษาเป็นคนหนุ่มสาว  ที่มีอิสระทั้งแนวความคิดและการปกครองตัวเอง
โดยเฉพาะในอดีตแล้ว  การปกครองนักเรียนแม่โจ้นั้น  ต้องถือเป็นเทคนิคพิเศษอย่างหนึ่งของนักปกครองทีเดียว
อุปนิสัยส่วนตัวแล้ว  ท่านเป็นคนสุภาพ  ร่าเริงเป็นกันเอง  คุยสนุกสนาน  ไม่ถือตัว  และไม่เคยโกรธใครเป็นเรื่องส่วนตัว
การที่ท่าน  มีอุเบกขา  ไม่ถือโทษโกรธใครจึงทำให้ไม่มีใครอยากโกรธท่าน  เพราะถ้าไม่ทักท่านก่อนท่านก็จะทักเราก่อนทุกครั้ง
ท่านเป็นคนจริงใจ  มิเคยเสแสร้างอะไรกับใครไม่ว่าที่ไหน  อย่างไร  ความเยือกเย็นและความจริงใจ  บางครั้งทำให้บางคนมองว่าท่านอ่อนแอ  ขาดความเด็ดขาด  แต่นั่นเป็นทางปฏิบัติอย่างหนึ่ง  ที่ท่านได้ทำให้นาวาแม่โจ้  ฝ่าคลื่นใหญ่  พายุแรง  และฟ้าคะนองด้วย  เมฆฝนได้อย่างราบรื่น
ท่านจึงเป็นนักปกครองที่เต็มไปด้วยบารมี

แม้ท่านจะอยู่เฉย ๆ  กลไกของงานไม่เคยติดขัดหรือสดุด  ทั้งนี้เพราะท่านให้ความเมตตา  เป็นธรรม  และจริงใจแก่ทุกคน
ท่านเป็นนักปกครองที่มีอะไรหลายอย่างน่าศึกษามาก  ท่านมีอารมณ์ขัน  ซึ่งได้ช่วยแก้สถานการณ์ต่าง ๆ  ได้ผลดีมาหลายครั้ง
ท่านให้เกียรติผู้ร่วมงาน  และงานของผู้อื่นเสมอไม่เคยอ้างเอางานคนอื่นมาเป็นผลงานของท่านเองเลย  ผู้ร่วมงานกับท่านพบว่า  ท่านให้โอกาสทำงานเต็มความสามารถของแต่ละคน  แม้พลาดพลั้งก็ยังให้กำลังใจ  และช่วยแก้ไขให้จนลุล่วง
ท่านเป็นนักปกครอง  เป็นหัวหน้างานที่ไม่ถือตัว  ไม่ถือยศ  ทั้งที่ชาติตระกูลของท่านก็สูงส่ง  มีเกียรติทุกอย่าง  แต่ท่านพร้อมจะลงมาร่วมแลกเปลี่ยน  สนทนาและสังสรรค์กับทุกคนได้ทุกครั้ง
ท่านเป็นหัวหน้างาน  ที่ลงไปหาผู้ร่วมงาน  ไต่ถามปัญหาและติดตามงานด้วยตนเอง  แทนที่จะสั่งให้ผู้ร่วมงานเข้าพบเพื่อรายงานและชี้แจงงานที่มอบหมาย
ท่านจึงเป็นนักปกครองที่เต็มไปด้วยพระคุณ  และเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากกว่าตัวท่านเอง

ผมเคยกราบเรียนท่านเสมอว่า  ถ้ามีอะไรขอได้โทรศัพท์หรือเรียกผมไปหาที่ห้องทำงานท่านก็ได้  ท่านกลับตอบผมว่าไม่เป็นไร  ท่านอยากมาเยี่ยมที่ทำงานของผม  อยากเห็นงานของผม  และถือได้ไปมาหาสู่กันตามธรรมเนียมไทย
จึงไม่เป็นเรื่องแปลกเลย  ที่พวกเราจะเห็นท่านในขณะดำรงตำแหน่งอธิการบดี  หรือ  ผู้อำนวยการสมัยก่อน  แวะไปเยี่ยมคุยกับผู้ร่วมงานในทุ่งนา  ในแปลง  หรือตามห้องทำงานต่าง ๆ
และกึงไม่มีอะไรจะที่พวกเราจะดีใจ  ภูมิใจมากทุกครั้งที่เห็นท่านเดินลุยแปลงผัก  แปลงนา  และคอกสัตว์มาพบ  และไต่ถามปัญหา  และงานที่ทำ
แล้วใครที่คิดว่าท่านไม่มีงานบนโต๊ะทำแล้วหรือ  จึงได้มีเวลาไปเยี่ยมงานของใครต่อใครอย่างนั้น  ก็สุดแต่จะคิดเถิด

ท่านสอนพวกเราเสมอ ๆ  ว่า  อย่าไปทำอะไร  คิดอะไรให้เกินกว่าเหตุ  หรือคิดว่าทำไม่ได้  ท่านเป็นหัวหน้า  มีหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ร่วมงานอยู่แล้วต้องค่อย ๆ  ว่ากันไป

ท่านจึงเป็นนักปกครอง  ที่ไม่ต้องลงมือลงไม้มากเท่าไหร่  แต่ได้งานมากเกินคาด  จากผู้ร่วมงานที่ต่างก็ต้องแสดงฝีมือ  และผลงานกันเต็มที่
ท่านจึงเป็นนักปกครองที่ดี  ที่จะต้องพูดถึงไปอีกยาวนาน

  1. 7. เป็น  “ครู”  ที่ประเสริฐ

ครูที่ประเสริฐก็คือปรมาจารย์ของศิษย์นั่นเอง
ตลอดชีวิตอันยาวนานของการเป็น  “ครู”  ของอาจารย์วิภาต  นั้นมีแต่การให้  ไม่ว่าจะเป็นวิชาความรู้  ความสามารถ  ความทรหดอดทน  และการปรับตัวต่อสังคม  เป็นต้น

ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีทุกแบบแก่ศิษย์  ไม่ว่าจะเป็นในฐานะรุ่นพี่  อาจารย์  หัวหน้างาน  แลพ่อ
ท่านมักจะเตือนสติศิษย์อยู่เสมอ  ว่าอย่าท้อถอยงานหนัก  เรียนเกษตรต้องทำงานได้ทุกอย่าง  จะหนักเบาอย่างไรต้องสู้  หลายคนชอบที่ท่านพูดว่า  “งานหนักไม่เคยฆ่าคน”

ท่านเคยพูดกับพวกเราเสมอว่า  ชีวิตครูของท่านนั้นมีความสุข  มีความสบายใจ  ไม่ว่าท่านจะไปทางไหน  จะพบแต่ศิษย์ทั้งนั้น  เวลาท่านขับรถยนต์ไปไหนไกล ๆ  ท่านบอกว่าแวะที่ไหนก็ต้องมีคนรู้จักที่นั่น  จึงไม่วิตกอะไร
ท่านไม่ได้พูดเกินความจริงเลยครับ

ภายหลังจากหมดเทอมในตำแหน่งอธิการบดีแล้ว  ลูกศิษย์ของท่านเป็นจำนวนมากที่ชิคาโก  สหรัฐอเมริกา  ได้เชิญท่านไปสหรัฐเพื่อพบปะบรรดาศิษย์เก่าแม่โจ้ที่ชิคาโก  และเมืองอื่น ๆ
การไปชิคาโกครั้งนั้น  ท่านมีความสุขมาก  เล่าให้พวกเราฟังเสมอว่า  ลูกศิษย์ดูแลเอาใจใส่  และพาท่านไปไหนต่อไหน  จนบางครั้งเกรงใจมาก  จนไม่กล้าเดินดูสินค้าอะไรในห้างสรรพสินค้า  เพราะพอท่านสนใจอะไร  ลูกศิษย์จะแอบไปซื้อให้ท่านเสียแล้ว
ปีนี้ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่  ก็คงได้รับเชิญไปอีกดังเช่นปีกลาย  เผอิญลูกศิษย์ที่แวะมาเมืองไทยเพื่อมาเชิญท่านไปสหรัฐดังเช่นเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน  ๒๕๒๖  นั้น  ก็เพียงได้แต่เอาหรีด  มาวางคารวะศพท่านแทนคำเชิญ

ใครที่ติดใจฝีมือการประกอบ  และปรุงอาหารของบรรดาลูกศิษย์ของท่านอาจารย์วิภาต  ไม่ว่าจะเป็นวัวหัน  หมูหัน  ในอดีต  แฮม  เบคอน  ไส้กรอก  ในปัจจุบัน  และอาหารอื่น ๆ  ทุกคนจะเครดิตให้ท่านอาจารย์วิภาตหมด  เพราะท่านชอบอาหาร  และสอนวิชาผลิตภัณฑ์และการถนอมอาหารมาโดยตลอด
จึงไม่แปลกเลยที่ศิษย์แม่โจ้หลายคนเอาดีและดังเรื่องการทำอาหาร  ถึงกับเปิดร้านอาหาร  สวนอาหาร  และภัตตาคารได้อย่างสบาย
ทั้งในและต่างประเทศเชียวแหละครับ

ตัวของท่านเองก็เคยดำเนินกิจการภัตตาคารชั้นหนึ่งของเชียงใหม่  คือ  “ภัตตาคารเมืองอิน”  ในอดีต  ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ  จากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  เสด็จไปเปิดชื่อร้านและเสวยพระกระยาหารเป็นสิริมงคล  เมื่อหลายปีมาแล้ว
แม้ในระยะหลัง ๆ  เมื่อดำรงตำแหน่งอธิการบดีท่านจะได้เลิกราเรื่องการสอนวิชาทางอาหารแล้วก็ตาม  แต่ท่านก็ยังสนใจทำอาหารเองที่บ้าน  และรับรองแขกเหรื่อ  ลูกศิษย์  เพื่อนฝูง  ด้วยฝีมือท่านเองตลอด
ผู้ที่สนใจก็ติดตามสูตรอาหารของท่านได้เสมอ
แม้การรับประทานอาหารที่ดีอย่างไร  ท่านก็แนะนำสอนพวกเราอยู่เสมอ  เรียกว่าอะไรดี ๆ  ที่ท่านพบได้ทดลองแล้วได้ผลก็จะนำมาบอกกล่าวพวกเราอยู่เสมอ
ท่านจึงเป็นครูได้ตลอดเวลา
และเป็นครูที่ประเสริฐ  เป็นปรมาจารย์ของบรรดาศิษย์ทั้งปวง

  1. 8. เป็นปูชนียบุคคล

ตลอดชีวิตของท่านอาจารย์วิภาต  ได้อุทิศเพื่อการสร้างและพัฒนาแม่โจ้มาโดยตลอด  ท่านไม่เคยใช้ประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่การงานไปในทางที่มิชอบเลย
ท่านจึงเป็นที่รัก  ที่น่าเคารพนับถือจากทุกคน
ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ท่าน  หรือไกลท่านก็ตาม  ทุกคนยอมรับว่าตลอดชีวิตกว่า  ๓๐  ปี  ที่ท่านอยู่ในแม่โจ้นั้น  ท่านได้สร้างทุกอย่างที่จะเป็นประโยชน์แก่แม่โจ้มาโดยตลอด
ได้เสียสละ  อุทิศทั้งหยดเหงื่อ  แรงกาย  และสติปัญญา  เพื่อพัฒนาให้แม่โจ้ได้ก้าวหน้า  เติบโต  แข่งแกร่ง  เป็นถึงสถาบันระดับมหาวิทยาลัย  ที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีทุกอย่างเพียบพร้อมแก่พวกเรารุ่นต่อมา

ท่านจึงสมควรแล้วที่จะได้รับการยกย่องให้เป็น  “ปูชะนียบุคคล”  เป็นสัญลักษณ์ของสถานศึกษาเกษตรแม่โจ้
เหมาะที่จะกราบไหว้  บูชา  เพื่อให้เป็นสิริมงคล
ขณะนี้นักศึกษา  ปัจจุบันรุ่นที่  ๔๙  ของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้  จะได้เป็นแกนกลางในการดำเนินงานเพื่อรวบรวมปัจจัยจากบรรดาศิษย์เก่าแม่โจ้  และผู้เคารพนับถือท่าน  ได้จัดสร้าง  อนุสาวรีย์รูปเหมือนของท่านอาจารย์วิภาต  ไว้เป็นสิ่งเคารพกราบไหว้บูชา  เป็นมิ่งขวัญ  และสิริมงคลแก่สถาบันฯ  และทุกท่านในเร็ววันนี้

ท่านที่สนใจ  จะร่วมบริจาคสิ่งก่อสร้าง  อนุสาวรีย์รูป  เหมือนท่านอาจารย์วิภาต  ครั้งนี้  ขอได้โปรดติดต่อกับทางองค์การนักศึกษาแม่โจ้  หรือบุคคลที่มอบหมายให้ดำเนินการ
เพื่อให้ปูชนีย์บุคคลของเราครั้งนี้  ได้สถิตเป็นสิ่งสง่า  ศักดิ์สิทธิ์  สมควรกราบไหว้  บูชา  ระลึกถึงทุกครั้งที่ย่างก้าวเข้าและออกจากรั้วแม่โจ้
และให้เป็นมิ่งขวัญแก่ผู้อยู่ข้างหลัง  จะได้เป็นแบบอย่างและเตือนสติว่าผู้กระทำดีเท่านั้นจึงจะมีคุณค่าบารมีควรแก่การเคารพกราบไหว้ดังเช่นท่านอาจารย์วิภาต  ท่านนี้

  1. 9. เป็นผู้มีความสมถะ

                ชีวิตของท่านอาจารย์วิภาต  เป็นชีวิตที่มีแต่การให้  เป็นชีวิตที่เรียบ  และเจียมตนมาโดยตลอด  แม้บุตรธิดาของท่านทุกคนก็ส่งเรียนหนังสือในโรงเรียนธรรมดา  (โรงเรียนเทพศาสตร์)  ท่านมิได้ทำตัวฟุ้งเฟ้อ  หรือทะเยอทะยานอะไรกับ  ลาภ  ยศ  สรรเสริญ  แม้หลายครั้ง  ท่านจะได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่ในกระทรวง  สมัยเมื่อท่านเป็นอาจารย์ใหญ่  และผู้อำนวยการให้ไปดำรงตำแหน่งสูง  ในส่วนกลางคือในกรม  ท่านปฏิเสธมาโดยตลอด
ท่านเล่าให้ฟังเสมอว่า  ท่านอยากอยู่เงียบ ๆ  สงบในแม่โจ้  ถ้าใครเขาเห็นท่านมีความสามารถ  ก็เลื่อนตำแหน่งท่านที่แม่โจ้นี่แหละ  ท่านไม่ต้องการย้ายไปไหน  ท่านต้องการสร้างแม่โจ้ให้เป็นแบบอย่างของงานเกษตรที่ดี  ที่ท่านได้เคยเล่าเรียนและบุกเบิกมาเป็นรุ่นแรก

แล้วในที่สุด  แม่โจ้ก็ได้ปรับตำแหน่งและฐานะสูงขึ้นตามลำดับ  จากอาจารย์ใหญ่  เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัย  และอธิการบดีคนแรกของสถานศึกษาในสายอุดมศึกษาทางอาชีวเกษตร  (สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้)  โดยมิต้องย้ายตัวเองไปไหนและผลของความพยายามนี่เอง  จึงทำให้แม่โจ้ได้เติบโตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีนำหน้ากว่าสถานศึกษาเกษตรกรรมอื่น ๆ  มาแต่อดีตจนปัจจุบัน

ตลอดชีวิตการรับราชการของท่าน  ท่านอาจารย์วิภาต  ได้พำนักอยู่ในแม่โจ้กับครอบครัวมาโดยตลอด  แม้ครั้งหนึ่งจะได้ออกไปดำเนินกิจการร้านอาหารส่วนตัว  (ภัตตาคารเมืองอิน)  ด้วยความรักในการทำอาหาร  และการจัดการด้านภัตตาคาร  แต่ท่านก็กลับมาพำนักในแม่โจ้ในเวลาต่อมา
ท่านไม่มีบ้านส่วนตัว  แม้เมื่อครบวาระเทอมการเป็นอธิการบดี  เมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๒๖  ท่านก็ยังพักอาศัยบ้านหลังเดิมในสถาบันฯ  แม่โจ้อยู่เช่นเดิม  จนถึงแก่อสัญกรรม

ท่านมีชีวิตอยู่เงียบ ๆ  เยี่ยมบุตร  ธิดา  ญาติพี่น้อง  เพื่อนฝูง  และลูกศิษย์เมื่อมีโอกาส
ท่านจึงมีประโยชน์  มีคุณค่ามากตลอดเวลา  แม้จะหมดวาระการเป็นอธิการบดีก็ตาม  ด้วยการรับเชิญจากศิษย์  จากสถานศึกษาเกษตรกรรมไปบรรยายเล่าประสบการณ์  และพูดคุยกับคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ ๆ
ท่านบอกว่าคบกับคนหนุ่ม ๆ  สาว ๆ  ทำให้ได้ความรู้  ความเคลื่อนไหวและเหตุการณ์ที่ทันสมัย  ท่านเป็นคนที่คุยสนุก  รักการอ่านและฟังข่าวต่างประเทศประจำ  จึงมักมีเรื่องราวต่าง ๆ  มาเล่าจากประสบการณ์ที่พบเห็นให้ผู้ร่วมสนทนาฟังอยู่อย่างสนุกสนานและได้ประโยชน์

ด้วยความที่ท่านสมถะนี้เอง  จึงทำให้บางคนรู้สึกเหมือนว่าจะพึ่งท่าน  หาประโยชน์อะไรจากท่านไม่ได้เลย  ซึ่งท่านเคยปรารภอยู่เสมอ ๆ  ว่า  เขาไม่เข้าใจท่าน  และมักจะหวังอะไรมากเกินไป  ในขณะที่ท่านเองเป็นผู้ใหญ่  ไม่ประสงค์จะทำอะไรให้คนอื่นมองไม่ดี  บางเรื่องท่านจึงมิได้กระทำลงทันที  แต่ได้พยายามคลี่คลายเหตุการณ์ให้เป็นไปในทางที่ดีเสมอ

ขอให้บุญบารมี  กุศลกรรมดีที่ท่านมีเมื่อขณะมีชีวิตอยู่  จงเป็นอานิสงส์แก่ผู้ที่คิดดี  กระทำดีต่อท่านอาจารย์  จงบังเกิดไปในทางดีแก่เขาเหล่านั้น  ในวันนี้และวันข้างหน้าด้วยเทอญ

“จากศิษย์”
๒๙  มกราคม  ๒๕๒๘

หนังสืออนุสรณ์
งานพระราชทานเพลิงศพ
ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ม.ว.ม.

***
ที่ปรึกษา อาจารย์ ดร.ประพัฒน์ สิทธิสังข์
กรรมการดำเนินงาน - ชม ทัปนวัชร์ ยุงยุทธ หล่อสุวรรณ
ธนิต มะลิสุวรรณ ประสงค์ คงพิชญานนท์ มโน ธรรมรักษ์ ศิริมงคล มโนศร
ทองอินทร์ หินคำ เจียม ดวงสงค์ ทรงวุฒิ เพชรประดับ พิเดช หว่านชัยสิทธิ์ สุรพจน์ พรประสิทธิ์ จำเนียร ยศราช นิพิฐ จารุชาติ สวิก เพ็งอ้น
ผู้จัดทำ - ชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้เชียงใหม่ เชียงใหม่ "สวนกุหลาบเชียงใหม่" ถนนห้วยแก้ว เชียงใหม่
ประธาน - ชม ทัปนวัชร์
บรรณาธิการ - ธนิต มะลิสุวรรณ
เหรัญญิก - ประสงค์ คงพิชญานนท์ มโน ธรรมรักษ์ ศิริมงคล มะโนสร
(หนังสือหนา 148 หน้า มกราคม 2528)
***
จัดพิมพ์ลงเว็บเพจโดย
สงวน จันทร์ทะเล
www.maejo.net
14 ตุลาคม 2550

Maintained page by Sanguan Chantalay
October 14, 2007

BACK TO MAEJO.NET