ตำนานแม่โจ้ 36

ศาลเจ้าแม่โจ้

ประวัติการสร้างศาลเจ้าแม่โจ้

            ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าศาลเจ้าแม่โจ้นั้นได้สร้างมาเมื่อปี พ.ศ.อะไร แต่มีการสันนิฐานได้มีการสร้างศาลเจ้าแม่โจ้ตั้งแต่สมัยคุณพระช่วงฯ เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนภายในแม่โจ้ หรือว่าจะมีการสร้างศาลขึ้นมา ในปี พ.ศ. 2499 เนื่องมาจากในช่วงนั้นนักเรียนแม่โจ้มีเหตุการณ์ต่างเกิดขึ้น

สันนิฐานว่า ที่มีการเรียกชื่อศาลนี้ว่า “ศาลเจ้าแม่โจ้” เนื่องมาจากคนที่ทำพิธีกรรมในครั้งแรกนั้นได้เรียกว่า “ศาลเจ้า   แม่โจ้” หรือ “ศาล  เจ้าแม่โจ้” คนจึงเรียกต่อๆ กันมาว่าเป็น “ศาลเจ้าแม่โจ้”

ชื่อของท่านก็มีการเรียกต่อกันมาว่า “เจ้าแม่โจ้” (เดิมท่านชื่อ “ทับทิม” ซึ่งอาจจะเป็นองค์เดียวกับเจ้าแม่ทับทิมของจีนซึ่งมีชื่อว่า “ตังโป๋ยเต็งเหนี่ยง” หรือเปล่านั้น ไม่ทราบแน่ชัด และเรียกท่านว่า “เจ้าแม่โจ้” นั้น เป็นการเรียกชื่อของสถานที่ที่ตั้งอีกทีหนึ่ง

ศาลที่ตั้งขึ้นในปี  พ.ศ. 2499 นั้น เป็นศาลไม้ขนาดเล็ก มีขนาดเพียง 1 x 1 เมตร สูงจากพื้นถึงปลายหน้าจั่วประมาณ 1 เมตร ลักษณะตัวศาลนั้นมีหลังคาทรงหน้าจั่ว สีเขียว ปั้นลมสีแดงเสาสอบเข้าหากัน มีขายื่นออกมาลักษณะสอบ มีกาแลภายในศาล มีภาพวาดของเจ้าแม่ เป็นแผ่นไม้ลงสีแบบนางพระยา

ภาพที่เห็นนั้น เจ้าแม่สวยมาก บรรยากาศโดยรอบนั้นค่อนข้างวังเวง มีความเป็นป่าอยู่ค่อนข้างมาก รูปของเจ้าแม่นั้นได้มีการอัญเชิญมาจากกรุงเทพฯ และได้มาทำพิธีกรรมที่แม่โจ้นี้ และขอให้เจ้าแม่มาสถิตที่รูปนี้ โดยมีการสร้างที่อยู่ให้ท่าน

โดยรูปของเจ้าแม่นี้สันนิฐานว่า ผู้ประกอบพิธีกรรมในครั้งแรกนั้นสามารถมีจิตเห็นภาพของเจ้าแม่ได้โดยภาพที่เห็นนั้นเป็นภาพในจินตนาการ

ในปี พ.ศ. 2517 ได้มีการย้ายหันหน้าศาลกลับเข้ามาภายในสถาบันเนื่องจากในขณะนั้นได้มีเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เป็นมงคลเกิดขึ้นกับนักศึกษาอยู่บ่อยๆ และมีผู้ชำนาญการด้านจิตวิญญาณที่เป็นศิษย์เก่าแม่โจ้แนะนำ ให้หันหน้าศาลเจ้าแม่เข้ามาด้านภายในวิทยาลัย เพื่อให้เจ้าแม่ปกป้องรักษาคนภายในได้ และในการสร้างศาลครั้งแรกนั้นเป็นเพียงการอันเชิญเจ้าแม่มาสถิตในศาล ไม่ได้มีการขอให้ท่านปกปักรักษาคนที่อาศัยในเขตวิทยาลัย

ในการย้ายศาลและหันหน้าศาลมาทางวิทยาลัยครั้งนี้ ได้สร้างศาลขึ้นใหม่มีลักษณะใหญ่กว่าศาลเดิมเล็กน้อย ในการประกอบพิธีกรรมในครั้งนี้ จึงได้มีการประกอบพิธีบวงสรวงขอให้เจ้าแม่ท่านช่วยดุแลปกปักรักษาคนในแม่โจ้นี้ด้วย เรื่องราวต่างๆ ที่ไม่ดี ไม่เป็นมงคลก็ลดน้อยลงไป เนื่องจากบารมีของท่าน

มีหลายครั้งในหลายเหตุการณ์เจ้าแม่ท่านก็มาในนิมิตดลใจให้คนในแม่โจ้ได้พบกับสิ่งดีงาม สิ่งที่ถูกต้อง

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2521 ได้มีการสร้างศาลใหม่มีขนาดกว้างขึ้นโดยชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 20 เป็นผู้ดำเนินการสร้างถวายให้แก่เจ้าแม่ เพื่อให้ศาลของเจ้าแม่ดูสง่างาม มีบริเวณสักการะกว้างขึ้น เป็นอาคารถาวร และได้ปรับสภาพบริเวณโดยรอบให้สวยงามในต้นปี พ.ศ. 2522 บริเวณสร้างศาลใหม่ครั้งนี้ได้ย้ายเข้ามาด้านในประมาณ 4-5 เมตร เพราะกรมทางหลวงจะมีการขยายถนนเพิ่มเติม ส่วนศาลเดิมนั้นได้นำไปไว้ที่วัดแม่โจ้

***
(เรียบเรียงจาก (1)”ศาลเจ้าแม่โจ้” ปกใน  หนังสือ อนุสรณ์ 70 ปี แม่โจ้ จัดพิมพ์โดย สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ พ.ศ. 2547 และ (2) การอัญเชิญเจ้าแม่โจ้ จากศาลเดิมมายังศาลเจ้าแม่โจ้ใหม่ เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2521 หนังสือ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2528 หน้า 42)
***

จาก ปี พ.ศ. 2522 ศาลเจ้าแม่โจ้จากการจัดสร้างของศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 20 ได้มีการปรับภูมิทัศน์รอบๆบริเวณ เสมอมา แต่เนื่องจากสภาพการของสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป การขยายถนนของกรมทางหลวง การปรับทางเท้าของเทศบาลตำบลแม่โจ้ การเพิ่มอาคารเรียนและจำนวนนักศึกษามากขึ้น บริเวณสถานที่สำหรับใช้ประกอบพิธีกรรมที่ศาลเจ้าแม่โจ้ก็คับแคบลง

ในต้นปี พ.ศ 2551 มหาวิทยาลัยแม่โจ้จึงได้จัดเตรียมย้ายศาลเจ้าแม่โจ้ไปยังสถานที่ใหม่ ทางทิศใต้ของสถานที่เดิมประมาณ 200 เมตร อยู่ในบริเวณอุทยานกล้วยไม้ ด้านหน้าอาคารช่วงเกษตรศิลป อยู่กลางสระน้ำ  เหมาะสำหรับประกอบพิธีกรรมที่ต้องการบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย
ได้มีการประกอบพิธีกรรมลงเสาเอกเมื่อวันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2551 เวลา 0909 น. และกำหนดสร้างศาลเจ้าแม่โจ้แล้วเสร็จใน 120 วัน  สามารถจะใช้ประกอบพิธีกรรมในวันที่ 6 -7 มิถุนายน 2521 นี้ได้ งบประมาณการก่อสร้างจากศิษย์เก่าและผู้ศรัทธาวงเงิน 700,000 บาท

***
ออกอากาศรายการ “แม่โจ้เมื่อวันวาน”
วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2551

สงวน จันทร์ทะเล
ประธานประเพณี รุ่น 25
กรรมการที่ปรึกษาสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้
ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านกิจการศิษย์เก่าสัมพันธ์

 


ศาลเจ้าแม่โจ้เดิม กว้าง ขนาด 1 คุณ 1 เมตร หันหน้าออกถนนใหญ่หน้าวิทยาลัย
ศาลเจ้าแม่โจ้หลังเดิม
หันหน้าออกไปถนนใหญ่หน้าวิทยาลัย
พ.ศ. 2517 ย้ายหันหน้าเข้ามาทางวิทยาลัย
ศาลเจ้าแม่โจ้ปัจจุบัน สร้างเสร็จต้นปี 2522 โดยรุ่น 20
มกราคม 2522
เสาเอกศาลเจ้าแม่โจ้ใหม่ เมื่อวนเสาร์ที่ 12 มกราคม 2551
12 มกราคม 2551

วันนี้ (ศุกร์ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๑) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้มีพิธียกเสาเอก ศาลเจ้าแม่โจ้ ในตอนเช้า โดยมีรองศาสตราจารย์อาคม กาญจนประโชติ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ เป็นประธาน มีศิษย์เก่าอาวุโส ศิษย์เก่ารุ่นต่างๆและนักศึกษาปัจจุบัน ไปร่วมในพิธีจำนวนมาก

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้รับงบประมาณ “สถานปฏิบัติธรรม” สำหรับดำเนินงานก่อสร้างศาลเจ้าแม่โจ้ (โดยจะอัญเชิญเจ้าแม่โจ้จากแห่งเดิมในปัจจุบัน มาประทับยังศาลแห่งใหม่นี้เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ)เป็นเงิน ๗๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีศิษย์เก่าแม่โจ้ร่วมสมทบเงินอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อใช้ในการตกแต่งพื้นที่บริเวณโดยรอบ ให้ดูสง่างาม

ในภาพ สถานที่ก่อสร้างศาลเจ้าแม่โจ้แห่งใหม่
ธนิต มะลิสุวรรณ รุ่น ๒๐ [12 ม.ค. 2551 , 22:35:19

ผมได้สอบถามรุ่นพี่ผู้อยู่แมโจ้มานาน คือ อาจารย์บุญ กล่อมจอหอ รุ่น 18 (2496) ท่านบอกว่า ีศาลเจ้าแม่โจ้หันหน้าออกทางถนนใหญ่อยู่ก่อนแล้วและมีพิธีหันหน้าเข้ามาทางโรงเรียนในปี 2517 เพราะท่านเป็นผู้อยู่ในพิธีกรรมนั้นด้วย

ท่านเชื่อว่าศาลเจ้าแม่โจ้มีมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงเรียนแน่นอน เพราะผู้เข้ามาอยู่อาศัยในที่แปลกใหม่นั้น จะต้องมีการสร้างศาลสำหรับเคารพบูชาเจ้าที่ไว้ก่อน เป็นเบื้องต้นของการอยู่อาศัยในที่ใหม่ ส่วนจะมีการเห็นภาพในนิมิตรอย่างไรนั้นไม่สามารถอธิบายได้ แล้วแต่ระดับชั้นของ "จิต" แต่ละบุคคล

ผู้เขียนมาแม่โจ้ครั้งแรก ในปี พ.ศ 2502 พักที่หอ "สหศิลป์" เป็นหอไม้หลังแรกที่อยู่ติดอาคารเรียนและใกล้ศาลเจ้าแม่(อาคารอิงคศรีกสิการปัจจุบัน)เป็นหอไม้เก่าแก่ มีถังนำ้ฝนอยุ่ด้านขวาของหน้ามุข ชั้นล่างปิดกันทึบครึ่งหนึ่ง และมีลำแพนทำด้วยไม่ไผ่บังลมได้ ผมอยู่ปีกซ้ายของหอ(หอหันหน้าไปทางเหนือ) ข้างๆหอ มีต้นสนหลายต้นปลูกเรียงตามถนนหน้าหอ หากเดินไปอาคารเรียนก็เลี้ยวซ้าย หอตรงข้ามก็เป็น หอชาญกสิกิจ

เตียงนอนผมอยู่ห่างจากหน้าต่างปีกซ้ายด้านเหนือเป็นเตียงที่สาม เพราะพวกเรานอนหันหัวไปเหนือใต้ จำได้ว่าข้างๆผมมีเพื่อนชื่อประสาร ลีลาวัตร และพรรณนิตย์ ชาวนา มองผ่านหน้าต่างออกไปจะมองเห็นดอยสุเทพอยู่สุดขอบูภูุเขา เสียงสนต้องลมในเวลากลางคืนทำให้วังเวงในท่ามกลางความเงียบสงัดหลังเที่ยงคืน

หากเดินไปตามถนนลูกรังไปไหว้เจ้าแม่ก็ตรงไปทางถนนใหญ่ ก่อนถึงประตูถนนใหญ่ก็มีทางเดินเล็ก ข้ามร่องน้ำลึกเข้าไปทางทิศใต้ของถนนประมาณ10 เมตร ก็จะมีลานถางหญ้าเรียบร้อยขนาด 4 คุณ 4 เมตร มีรั้วระแนงไมกั้นสูงประมาณ 1 เมตร ้ทั้ง 4 ด้าน มีประตูทางเดินเข้าไปในลานทางด้านหน้า(ตะวันตก)กว้าง 1 เมตร

ตรงกลางลานก็มีศาลเจ้าแม่ขนาด 1 คุณ 1 เมตร สูง 1 เมตร หลังคาหน้าจั่ว หน้าศาลมีโต๊ะเก่าๆสำหรับวางถาดเครื่องสักการะ ในศาลมีรูป เจ้าแม่โจ้ ลักษณะนางพญานั่งพับเพียบปลายเท้าไปทางซ้าย ท้าวแขน ใบหน้ายิ้ม มีเมตตา

ที่ชานระเบียงศาลที่มุมระเบียงจะมีผ้าแพร 3 สี ห้อย มีพวงมาลัยดอกมะลิแขวน กระถางธูปวางบนโต๊ะด้านหน้าศาล ส่วนรอบๆปริมณฑลนอกเขตศาลเจ้าแม่โจ้ เป็นป่าหญ้าคาประปราย เพราะมีการหวดหญ้าบ้างในบางโอกาส ห่างออกไปตามแนวถนน เป็นต้นสนทะเล ทำให้มีร่มเงาในช่วงเวลาบ่าย

ศาลอยู่ห่างจากถนนใหญ่(ถนนลูกรัง สันทราย-พร้าว)มากกว่า 15 เมตร มีร่องน้ำเป็นแนวรั้ววิทยาลัยจากเหนือไปใต้ไปลงที่ห้วยโจ้ ทางทิศเหนือมีต้นพุทธรักษาขึ้นปกคลุมร่องนำ้ี้ตลอด ด้านเหนือของถนนตรงประตุทางออกถนนใหญ่ เป็นบ้านพัก อาจารย์ รัตน์ ชลรัมพี (รุ่น 8)หน้าบ้านมีแปลงกุหลาบปลูกสวยงาม มีร่องน้ำที่ไหลมาจากไซฟอนแม่แฝกไหลผ่านมาลงร่องนำ้นี้ โดยไหลมาจากไซฟอนผ่านป่าผ่านบ้านพักอาจาร ์คนงานผ่านหอวัฒนศิลปฺ หอชาญกสิกิจ บ้านพัก อ.รัตน์ ชลรัมพี เป็นร่องนำ้ที่พวกเราใช้อาบและไหลผ่านโรงเรียนไปยังหมู่บ้านด้านตะวันตกได้

ในช่วงที่ผมกลับมาเรียนในปี 2503-2506 นั้น ในฐานะผู้ทำงานเกี่ยวกับประเพณีของแม่โจ ้ผมจะมาสักการะศาลเจ้าแม่เป็นประจำ เครื่องสักการะก็มี ดอกมะลิ ในกิจพิเศษ เช่นไปแข่งฟุตบอลก็จะมี กล้วยน้ำหว้า เป็นเครื่องสักการะวางบนโต๊ะหน้าศาล ผมชอบมาสักการะหลังพลบค่ำ เงียบสงบและวังเวงพอสมควร

ผมนึกภาพเก่าๆของศาลเจ้าแม่เพื่อให้เป็นภาพเกิดขึ้นในจิต หลายคนที่อ่านและเคยผ่านอดีตนี้มาก็จะคิดได้ และคิดถึงวันเก่าๆ ของพวกเรา ส่วนใครจะนึกภาพได้มากน้อยเพียงใดนั้นก็แล้วแต่จิตของแต่ละคน

ปัจจุบัน ผมมาสักการะศาลเจ้าแม่ใจ้ ผมก็ยังรำลึกนึกถึงภาพนางพญานั่งพับเพียบซ้าย ท้าวแขน ใบหน้ามีเมตตานั้นตลอดเวลา แม้วันเวลาจะผ่านไปนานเกือบ 50 ปี การรวมจิตให้คิดถึงภาพเก่าๆเหล่านั้นก็แล้วแต่สภาพในช่่วงที่เราต้องเพ่งสมาธิในสิ่งที่เราจะอัญเชิญขอท่านมาตามความเชื่อมั่นของเรา ไม่มีใครบอกหรือใครแนะได้ ้ท่านต้องพบด้วยตัวท่านเอง

ผมเชื่อมั่นว่า เจ้าแม่โจ้ ท่านยังคงสถิตย์ดูแลปกป้องพวกเราอยู่ ซึ่งเมื่อศาลเจ้าแม่แห่งใหม่สร้างเสร็จเรียบร้อย คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ศิษย์เก่าแม่โจ้ บุคคลากร ในแม่โจ้ และพี่น้องในชุมชนแม่โจ้ ก็จะพร้อมใจกันจัดพิธีอัญเชิญท่านไปประทับที่ศาลเจ้าแม่แห่งใหม่ในเร็ววันนี้

สงวน จันทร์ทะเล
26 มกราคม 2551

 


Maintained page by Sanguan Chantalay
January 22, 2008

Updated: January 26, 2008

BACK TO MAEJONET