ตำนานแม่โจ้ 36 ศาลเจ้าแม่โจ้ ประวัติการสร้างศาลเจ้าแม่โจ้ ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าศาลเจ้าแม่โจ้นั้นได้สร้างมาเมื่อปี พ.ศ.อะไร แต่มีการสันนิฐานได้มีการสร้างศาลเจ้าแม่โจ้ตั้งแต่สมัยคุณพระช่วงฯ เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนภายในแม่โจ้ หรือว่าจะมีการสร้างศาลขึ้นมา ในปี พ.ศ. 2499 เนื่องมาจากในช่วงนั้นนักเรียนแม่โจ้มีเหตุการณ์ต่างเกิดขึ้น ในปี พ.ศ. 2517 ได้มีการย้ายหันหน้าศาลกลับเข้ามาภายในสถาบันเนื่องจากในขณะนั้นได้มีเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เป็นมงคลเกิดขึ้นกับนักศึกษาอยู่บ่อยๆ และมีผู้ชำนาญการด้านจิตวิญญาณที่เป็นศิษย์เก่าแม่โจ้แนะนำ ให้หันหน้าศาลเจ้าแม่เข้ามาด้านภายในวิทยาลัย เพื่อให้เจ้าแม่ปกป้องรักษาคนภายในได้ และในการสร้างศาลครั้งแรกนั้นเป็นเพียงการอันเชิญเจ้าแม่มาสถิตในศาล ไม่ได้มีการขอให้ท่านปกปักรักษาคนที่อาศัยในเขตวิทยาลัย
|
![]() ศาลเจ้าแม่โจ้หลังเดิม หันหน้าออกไปถนนใหญ่หน้าวิทยาลัย พ.ศ. 2517 ย้ายหันหน้าเข้ามาทางวิทยาลัย |
![]() มกราคม 2522 |
| วันนี้ (ศุกร์ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๑) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้มีพิธียกเสาเอก ศาลเจ้าแม่โจ้ ในตอนเช้า โดยมีรองศาสตราจารย์อาคม กาญจนประโชติ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ เป็นประธาน มีศิษย์เก่าอาวุโส ศิษย์เก่ารุ่นต่างๆและนักศึกษาปัจจุบัน ไปร่วมในพิธีจำนวนมาก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้รับงบประมาณ สถานปฏิบัติธรรม สำหรับดำเนินงานก่อสร้างศาลเจ้าแม่โจ้ (โดยจะอัญเชิญเจ้าแม่โจ้จากแห่งเดิมในปัจจุบัน มาประทับยังศาลแห่งใหม่นี้เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ)เป็นเงิน ๗๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีศิษย์เก่าแม่โจ้ร่วมสมทบเงินอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อใช้ในการตกแต่งพื้นที่บริเวณโดยรอบ ให้ดูสง่างาม ในภาพ สถานที่ก่อสร้างศาลเจ้าแม่โจ้แห่งใหม่ ธนิต มะลิสุวรรณ รุ่น ๒๐ [12 ม.ค. 2551 , 22:35:19 |
ผมได้สอบถามรุ่นพี่ผู้อยู่แมโจ้มานาน คือ อาจารย์บุญ กล่อมจอหอ รุ่น 18 (2496) ท่านบอกว่า ีศาลเจ้าแม่โจ้หันหน้าออกทางถนนใหญ่อยู่ก่อนแล้วและมีพิธีหันหน้าเข้ามาทางโรงเรียนในปี 2517 เพราะท่านเป็นผู้อยู่ในพิธีกรรมนั้นด้วย ท่านเชื่อว่าศาลเจ้าแม่โจ้มีมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงเรียนแน่นอน เพราะผู้เข้ามาอยู่อาศัยในที่แปลกใหม่นั้น จะต้องมีการสร้างศาลสำหรับเคารพบูชาเจ้าที่ไว้ก่อน เป็นเบื้องต้นของการอยู่อาศัยในที่ใหม่ ส่วนจะมีการเห็นภาพในนิมิตรอย่างไรนั้นไม่สามารถอธิบายได้ แล้วแต่ระดับชั้นของ "จิต" แต่ละบุคคล ผู้เขียนมาแม่โจ้ครั้งแรก ในปี พ.ศ 2502 พักที่หอ "สหศิลป์" เป็นหอไม้หลังแรกที่อยู่ติดอาคารเรียนและใกล้ศาลเจ้าแม่(อาคารอิงคศรีกสิการปัจจุบัน)เป็นหอไม้เก่าแก่ มีถังนำ้ฝนอยุ่ด้านขวาของหน้ามุข ชั้นล่างปิดกันทึบครึ่งหนึ่ง และมีลำแพนทำด้วยไม่ไผ่บังลมได้ ผมอยู่ปีกซ้ายของหอ(หอหันหน้าไปทางเหนือ) ข้างๆหอ มีต้นสนหลายต้นปลูกเรียงตามถนนหน้าหอ หากเดินไปอาคารเรียนก็เลี้ยวซ้าย หอตรงข้ามก็เป็น หอชาญกสิกิจ เตียงนอนผมอยู่ห่างจากหน้าต่างปีกซ้ายด้านเหนือเป็นเตียงที่สาม เพราะพวกเรานอนหันหัวไปเหนือใต้ จำได้ว่าข้างๆผมมีเพื่อนชื่อประสาร ลีลาวัตร และพรรณนิตย์ ชาวนา มองผ่านหน้าต่างออกไปจะมองเห็นดอยสุเทพอยู่สุดขอบูภูุเขา เสียงสนต้องลมในเวลากลางคืนทำให้วังเวงในท่ามกลางความเงียบสงัดหลังเที่ยงคืน หากเดินไปตามถนนลูกรังไปไหว้เจ้าแม่ก็ตรงไปทางถนนใหญ่ ก่อนถึงประตูถนนใหญ่ก็มีทางเดินเล็ก ข้ามร่องน้ำลึกเข้าไปทางทิศใต้ของถนนประมาณ10 เมตร ก็จะมีลานถางหญ้าเรียบร้อยขนาด 4 คุณ 4 เมตร มีรั้วระแนงไมกั้นสูงประมาณ 1 เมตร ้ทั้ง 4 ด้าน มีประตูทางเดินเข้าไปในลานทางด้านหน้า(ตะวันตก)กว้าง 1 เมตร ตรงกลางลานก็มีศาลเจ้าแม่ขนาด 1 คุณ 1 เมตร สูง 1 เมตร หลังคาหน้าจั่ว หน้าศาลมีโต๊ะเก่าๆสำหรับวางถาดเครื่องสักการะ ในศาลมีรูป เจ้าแม่โจ้ ลักษณะนางพญานั่งพับเพียบปลายเท้าไปทางซ้าย ท้าวแขน ใบหน้ายิ้ม มีเมตตา ที่ชานระเบียงศาลที่มุมระเบียงจะมีผ้าแพร 3 สี ห้อย มีพวงมาลัยดอกมะลิแขวน กระถางธูปวางบนโต๊ะด้านหน้าศาล ส่วนรอบๆปริมณฑลนอกเขตศาลเจ้าแม่โจ้ เป็นป่าหญ้าคาประปราย เพราะมีการหวดหญ้าบ้างในบางโอกาส ห่างออกไปตามแนวถนน เป็นต้นสนทะเล ทำให้มีร่มเงาในช่วงเวลาบ่าย ศาลอยู่ห่างจากถนนใหญ่(ถนนลูกรัง สันทราย-พร้าว)มากกว่า 15 เมตร มีร่องน้ำเป็นแนวรั้ววิทยาลัยจากเหนือไปใต้ไปลงที่ห้วยโจ้ ทางทิศเหนือมีต้นพุทธรักษาขึ้นปกคลุมร่องนำ้ี้ตลอด ด้านเหนือของถนนตรงประตุทางออกถนนใหญ่ เป็นบ้านพัก อาจารย์ รัตน์ ชลรัมพี (รุ่น 8)หน้าบ้านมีแปลงกุหลาบปลูกสวยงาม มีร่องน้ำที่ไหลมาจากไซฟอนแม่แฝกไหลผ่านมาลงร่องนำ้นี้ โดยไหลมาจากไซฟอนผ่านป่าผ่านบ้านพักอาจาร ์คนงานผ่านหอวัฒนศิลปฺ หอชาญกสิกิจ บ้านพัก อ.รัตน์ ชลรัมพี เป็นร่องนำ้ที่พวกเราใช้อาบและไหลผ่านโรงเรียนไปยังหมู่บ้านด้านตะวันตกได้ ในช่วงที่ผมกลับมาเรียนในปี 2503-2506 นั้น ในฐานะผู้ทำงานเกี่ยวกับประเพณีของแม่โจ ้ผมจะมาสักการะศาลเจ้าแม่เป็นประจำ เครื่องสักการะก็มี ดอกมะลิ ในกิจพิเศษ เช่นไปแข่งฟุตบอลก็จะมี กล้วยน้ำหว้า เป็นเครื่องสักการะวางบนโต๊ะหน้าศาล ผมชอบมาสักการะหลังพลบค่ำ เงียบสงบและวังเวงพอสมควร ผมนึกภาพเก่าๆของศาลเจ้าแม่เพื่อให้เป็นภาพเกิดขึ้นในจิต หลายคนที่อ่านและเคยผ่านอดีตนี้มาก็จะคิดได้ และคิดถึงวันเก่าๆ ของพวกเรา ส่วนใครจะนึกภาพได้มากน้อยเพียงใดนั้นก็แล้วแต่จิตของแต่ละคน ปัจจุบัน ผมมาสักการะศาลเจ้าแม่ใจ้ ผมก็ยังรำลึกนึกถึงภาพนางพญานั่งพับเพียบซ้าย ท้าวแขน ใบหน้ามีเมตตานั้นตลอดเวลา แม้วันเวลาจะผ่านไปนานเกือบ 50 ปี การรวมจิตให้คิดถึงภาพเก่าๆเหล่านั้นก็แล้วแต่สภาพในช่่วงที่เราต้องเพ่งสมาธิในสิ่งที่เราจะอัญเชิญขอท่านมาตามความเชื่อมั่นของเรา ไม่มีใครบอกหรือใครแนะได้ ้ท่านต้องพบด้วยตัวท่านเอง ผมเชื่อมั่นว่า เจ้าแม่โจ้ ท่านยังคงสถิตย์ดูแลปกป้องพวกเราอยู่ ซึ่งเมื่อศาลเจ้าแม่แห่งใหม่สร้างเสร็จเรียบร้อย คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ศิษย์เก่าแม่โจ้ บุคคลากร ในแม่โจ้ และพี่น้องในชุมชนแม่โจ้ ก็จะพร้อมใจกันจัดพิธีอัญเชิญท่านไปประทับที่ศาลเจ้าแม่แห่งใหม่ในเร็ววันนี้ สงวน จันทร์ทะเล
|
Maintained page by Sanguan Chantalay
January 22, 2008
Updated: January 26, 2008