รายการ “ แม่โจ้เมื่อวันวาน” ออกอากาศครั้งที่ 104 ตำนานแม่โจ้ ตอนที่ 1 การศึกษาเกษตรก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ การศึกษาเกษตรก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี พ.ศ. 2459 เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เข้ารับหน้าที่เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ได้เริ่ม โครงการศึกษากสิกรรม ผู้ที่ได้รับบัญชาให้ร่างโครงการเสนอก็คือ พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ (โห้ กาฬดิษย์) อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักเรียนทุนรุ่นแรกของกระทรวงธรรมการที่ไปศึกษาต่างประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2438 พร้อมกับเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ สำเร็จวิชากสิกรรมจากมหาวิทยาลัยเรดดิ้ง ประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2439 (1896) และได้ผ่านการฝึกงานไร่กับครอบครัวกสิกรคหบดีในอังกฤษเป็นเวลานานก่อนกลับประเทศไทย เคยได้ไปช่วยราชการกรมเพาะปลูก กระทรวงเกษตราธิการในปี พ.ศ. 2452 ครั้งหนึ่ง ต่อมาได้กลับไปเป็นอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสังกัดกระทรวงธรรมการ ได้เป็นข้าหลวงเกษตรมณฑลภูเก็ต และเลขานุการกรมทดน้ำ นับว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการเกษตรทั้งนอกและในประเทศเป็นอย่างดี โครงการศึกษากสิกรรมที่พระยาเทพศาสตร์สถิตร่างขึ้นนี้ เสนอให้จัดการศึกษาเกษตรตามแนวทางของสหรัฐอเมริกาที่จัดทำอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ คือ สอนให้ทำ “ สวนโรงเรียน” เป็นการสาธิตวิชาการเกษตรแผนใหม่ก่อน แล้วจึงขยายให้นักเรียนทำ “ สวนบ้าน” ในภายหลัง เป็นการให้นักเรียนได้ลงมือ ลงทุนทำหารเกษตรตั้งแต่ก่อนการสำเร็จการศึกษา ในปี พ.ศ. 2460 เจ้าพระยาธรรมศักดิ์ฯ แบ่งเงินจากการศึกษาสามัญส่วนหนึ่งมาให้พระยาเทพศาสตร์ฯตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมหอวังขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ณ บ้านสวนหลวง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณหอวัง (บริเวณสนามกิฬาแห่งชาติ ด้านสี่แยกเจริญผลในปัจจุบัน) พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ เป็นอาจารย์ ใหญ่ มีครูน้อย 2 คน คือ ครูทองดี เรศานนท์ (หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ) และ ครูผล สินธุระเวชญ์ (หลวงผลสัมฤทธิ์กสิกรรม) ทั้งสองคนสำเร็จ ป.ม. จากโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ในปี พ.ศ. 2461 ได้ย้ายโรงเรียนไปตั้งที่ตำบลพระประโทน อำเภอเมือง จังหวัด นครปฐม ที่ตั้งโรงเรียนเป็นป่าไผ่และดงสะแกอยู่ข้างๆวัดพระประโทน ในปี พ.ศ. 2467 ได้ย้ายโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมไปตั้งที่ตำบลบางสะพานใหญ่ อำเภอบางสะพานใหญ่ จังหหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปี พ.ศ. 2468 ได้ขยายกิจการตั้งแผนกฝึกหัดครูมูลกสิกรรม และแผนกมัธยมวิสามัญเกษตรกรรม โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมยางสะพานใหญ่ เจริญรุ่งเรืองมาก มีอาจารย์สำเร็จวิชาการเกษตรระดับปริญญาตรี และโท จากอเมริกา อังกฤษ และฟิลิปปินส์ ถึง 6 คน พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ (โห้ กาฬดิษย์) หลวงชุณหกสิการ (ชุ้น อ่องระเบียบ) หลวงอิงคศรีกสิการ (อินทรีย์ จันทรสถิตย์) พระช่วงเกษตรศิลปการ (ช่วง โลจายะ) หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ (ทองดี เรศานนท์) หลวงผลสัมฤทธิ์กสิกรรม (ผล สินธุระเวชญ์) นอกจากนี้ยังมีแหล่งวิชาการเกษตรใหญ่ คือ ฟาร์มบางเบิด ของ ม.จ. สิทธิพร กฤดากร พระบิดาของการเกษตรแผนใหม่อยู่ไม่ไกลนัก ในปี พ.ศ. 2469 ต้องย้ายโรงเรียนเป็นครั้งที่ 3 ไปตั้งที่ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ส่วนที่บางสะพานใหญ่ต้องปิดตัวลงในปี พ.ศ. 2471 ต่อมานโยบายการศึกษาเกษตรเปลี่ยนแปลงอีก ขาดผู้สนับสนุนระดับเสนาบดี มีการย้ายอาจารย์เข้ากรุงเทพฯ 4 คน พระยาเทพศาสตร์ฯ อาจารย์ใหญ่ ถึงแก่อนิจกรรมในปี พ.ศ. 2472 เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของโครงการศึกษากสิกรรม หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจเป็นอาจารย์ใหญ่สืบแทนจนถึงปี พ.ศ. 2474 ในปลายปี พ.ศ. 2474 ม.จ.สิทธิพร กฤดากรได้รับการโปรดเกล้าฯให้เป็นอธิบดีกรมตรวจกสิกรรม เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ได้กลับมาเป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการอีกครั้งหนึ่ง จึงมีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจได้รับมอบหมายให้ไปเริ่มงานที่สถานีทดลองกสิกรรมภาคใต้ และโรงเรียนฝึกหัดครูมูลกสิกรรมที่ตำบลควนเนียง จังหวัดสงขลา ส่วนหลวงอิงคศรีกสิการ ทางกระทรวงธรรมการได้ย้ายไปเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมที่ย้ายจากทับกวางไปอยู่ที่สถานีทดลองกสิกรรมภาคอิสาน ที่ตำบลโนนสูง อำเภอโนนวัด จังหวัดนคราชสีมา ในต้นปี 2475
การศึกษาเกษตรหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี พ.ศ. 2476 การศึกษาเกษตรและการวิจัยยังมีการร่วมมือกันอย่างดีระหว่างกระทรวงธรรมการและกระทรวงเกษตราธิการ มีการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมขึ้นที่ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ให้ย้ายสถานีทดลองกสิกรรมภาคใต้ไปรวมอยู่ที่คอหงส์ กรมตรวจกสิกรรม ได้ขอตัวพระช่วงเกษตรศิลปการ จากกระทรวงกลาโหม ให้ไปบุกเบิกงานสถานีกสิกรรมภาคพายัพที่ตำบลแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2477 กระทรวงธรรมการได้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมแห่งที่สามขึ้นที่แม่โจ้ คู่กับสถานีทดลองกสิกรรม การบริหารงานของสถานีทดลองกสิกรรมทั้ง 3 ภาค และโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม ในระยะนี้ เป็นตัวอย่างอันดีของการร่วมมือระหว่างกระทรวง เพราะหัวหน้าสถานีทดลองและอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนแต่ละแห่งคือคนคนเดียวกัน แต่สามารถบริหารงานข้ามสังกัดได้ และมีการใช้บุคลากรร่วมกัน ผู้บริหารทั้ง 3 ท่าน นี้ ซึ่งต่อมาก็ได้เป็น บุคคลที่มีความสำคัญต่อการเกษตรของประเทศเป็นอย่างมากคือ หลวงอิงคศรีกสิการ สังกัดกระทรวงธรรมการ เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมโนนวัด และ หัวหน้าสถานีทดลองกสิกรรมภาคอิสาน หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ สังกัดกระทรวงธรรมการ เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมคอหงส์ และ หัวหน้าสถานีทดลองกสิกรรมภาคใต้ พระช่วงเกษตรศิลปการ (Phra Chuang KASHETRA) สังกัดทบวงเกษตราธิการ กระทรวงเศรษฐการ หัวหน้าสถานีทดลองกสิกรรมภาคพายัพ และ เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมแม่โจ้ นอกจากนี้ กรมตรวจกสิกรรมยังมอบหมายให้โรงเรียนประถมวิสามัญกสิกรรม รวม 12 แห่ง เป็น กิ่งสถานีทดลองกสิกรรมของกระทรวงเกษตราธิการด้วย เป็นที่น่าเสียดายว่า ความร่วมมืออันดีระหว่างกระทรวงธรรมการและกระทรวงเกษตราธิการนี้อยู่คงได้เพียง 3 ปี เท่านั้น เมื่อเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี และ ม.จ.สิทธิพร กฤดากร พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมตรวจกสิกรรม เพราะมรสุมทางการเมืองแล้ว นโยบายการศึกษาเกษตรก็ได้เปลี่ยนแปลงไป..... ***************** (เรียบเรียงจาก วิวัฒนาการของการศึกษาเกษตรในประเทศไทย กวี จุติกุล คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หน้า 43-46 หนังสือ อนุสรณ์แม่โจ้ 50 ปี 2477-2527 ธนิต มะลิสุวรรณ บรรณาธิการ). เรียบเรียงออกอากาศ รายการแม่โจ้เมื่อวันวาน สงวน จันทร์ทะเล ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านกิจการศิษย์เก่าสัมพันธ์ 24 กรกฎาคม 2549 ปรับปรุงล่าสุด 10 มกราคม 2550
|
Maintained page by Sanguan Chantalay
July 23, 2006
Updated: January 10, 2007