ตำนานแม่โจ้ ตอน 10

 

รองศาสตราจารย์ ดร. เทพประสงค์ วรยศ (1)

องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย

“ แต่ละคนควรจะสร้างความมุ่งหวังในทางที่ดี เพื่อตนเองและส่วนรวมไว้เป็นขั้นๆ แล้วพยายามมุ่งมั่นให้บรรลุถึงจุดหมายปลายทางแต่ละขั้นไว้เสมอ สิ่งเหล่านี้จะให้ความรู้สึกว่า ตนเองมีคุณค่าในสังคม ยิ่งกว่านั้น ยังทำให้มีความภูมิใจในความเป็น ลูกแม่โจ้ ที่ดีด้วย.... ประสงค์ วรยศ”

ข้อความข้างต้นนี้ คัดบางตอนจากหนังสือ แม่โจ้อนุสรณ์ 2505 (รุ่น 25) เป็นรุ่นที่ได้เรียนต่อ “ เทคนิคเกษตร” เป็นรุ่นแรก จึงมีความผูกพันกับอาจารย์เป็นพิเศษ

แต่เดิมนั้น ท่านใช้ชื่อว่า “ ประสงค์ วรยศ” ภายหลังมาเติมชื่อเป็น “ เทพประสงค์ วรยศ” ท่านเป็นลูกแม่โจ้ รุ่น 14 (2492) และไปจบปริญญาโททางไม้ผลจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส (พ.ศ. 2503)

ในปี พ.ศ. 2504 ท่านยังหนุ่ม เพิ่งกลับมาจากเท็กซัส เมืองเคาบอย เป็นอาจารย์ หนุ่ม ทันสมัย เริ่มนำ สตริงไท (string tie) มาใช้ในการแต่งกายแบบ เคาบอย สรวมหมวกเคาบอย ท่านได้เริ่มนำเอาโครงการองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (Future Farmers of Thailand - FFT) โดยประยุกต์กิจกรรมนักศึกษาเกษตรของสหรัฐอเมริกาที่เรียกว่า Future Farmers of America – FFA มาปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการศึกษาอาชีวะเกษตรของประเทศไทย และได้เปิดดำเนินกิจกรรมเป็นหน่วยแรกที่แม่โจ้เป็นแห่งแรก

ในยุคบุกเบิกองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย หรือ FFT ปี พ.ศ. 2504 นั้น คณาจารย์ที่มีส่วนดำเนินงาน ผู้อำนวยการ อาจารย์ วิภาต บุญศรี วังซ้าย อาจารย์ ธรรม เทศนา อาจารย์ สุรพล สงวนศรี อาจารย์ ประสงค์ วรยศ และอาจารย์ บุญ กล่อมจอหอ มีการร่างธรรมนูญและระเบียบปฎิบัติองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกในรุ่นแรกนั้นต้อง ผ่านการคัดเลือกจากกรรมการที่ปรึกษา นักศึกษาเลือกคณะกรรมการประจำหน่วยแม่โจ้ นาย แสวง ริมประณาม ได้รับเลือกเป็นนายก อกท. คนแรก (รุ่น 24)

กิจกรรม อกท. ได้แพร่ขยายไปยังโรงเรียนเกษตรกรรมและโรงเรียนมัธยมที่มีการเรียนการสอนวิชาเกษตรศิลปะโดยมีครูเกษตรทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาประจำหน่วย มีเครื่องหมาย มีตรา มีเสื้อสัญญาลักษณ์แพร่หลายทั่วไป

กิจกรรม องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยนี้ได้รุดหน้ามาถึงจุดเป็นที่รู้จักระดับประเทศ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) หน่วยแม่โจ้ ในงานศิลปะหัตกรรมนักเรียน ณ สนามกิแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร เมื่อ ปี พ.ศ. 2515
และเป็นพระกรุณาธิคุณสูงสุด หาที่เปรียบมิได้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จเยี่ยม อกท. หน่วยแม่โจ้ อีกครั้งหนึ่ง ที่วิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้ เชียงใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์แม่โจ้ เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2516 เวลา 16.30 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่คณาจารย์ และนักศึกษา ที่หอประชุมวิทยาลัยฯ (อาคารแผ่พืชน์ในปัจจุบัน)

พระบรมราโชวาท

"...ถ้าเอาพลังสามัคคีนี้ไปใช้ในทางที่ดีอย่างที่เคยทำ เช่นไปช่วยชาวบ้าน เช่นไปพัฒนาในท้องที่ต่างๆ อันนี้ก็้เ็ป็้นพลังที่น่าเกรงขามจริงๆ เพราะว่าชาวบ้านต่างๆ เขาจะพากันมองนักศึกษาแม่โจ้ทั้งหมดว่า คนนี้เขาแข็งแรง และหมู่พวกนี้เขาแข็งแรง แต่ว่าจะเกิดความดี คือจะเกิดความรู้สึกว่า แม้จะเป็นนักศึกษาซึ่งอยู่ในวัยศึกษาก็นับว่าเป็นผู้ที่ยังอายุไม่มากนัก แต่ก็น่านับถือ เกรงขาม ในทางนับถือและรักใคร่ว่า นักศึกษาเหล่านี้เป็นคนแข็งแรง เป็นคนที่น่านับถือ น่าดู ถ้าใช้พลังสามัคคีและพลังที่มีอยู่่ในใจ ในตัว ดังนี้ ก็คงเป็นสิ่งที่นับได้ว่าเป็นยอด แต่ถ้าหากใช้พลังสามัคคีในทางอื่น ทำให้เขาเกรงขาม เพราะว่าหมู่ใหญ่เข้าไปบุกที่โน่นที่นี่ ก็ทำให้คนเขาอาจจะนับถือว่า นักศึกษาแม่โจ้น่ากลัว แต่น่ากลัวและก็้เชื่อฟัง เพราะว่าเขากลัว

ความนับถือที่มาจากความกลัวนั้นก็คงไม่ใช่ของดี เพราะวันหลังเมื่อเห็นว่ามีพลังน้อย ก็อาจจะถูกบ้อมก็ได้ ฉะนั้นก็ฝากความคิดอันนี้ซึ่งเป้นปริศนาเล็กน้อยให้ท่านทั้งหลายผู้เป็นนักศึกษา เป็นผู้ที่จะหาความรู้ ได้วิจัยในใจของท่าน และสัมมนาเพื่อให้ทราบว่าพลังแห่งสามัคคีถ้าใช้ในทางที่ถูกต้อง ที่ดี ที่สร้างสรรค์ จะนำพาไปสู่ความเจริญ ไปสู่ความดี และผู้ปฎิบัติจะได้รับผลดีคือความยกย่องของชุมชน ความยกย่องของชาวบ้าน ความยกย่องของทั้งประชาชนทั้งประเทศ...."

 

คัดมาจากบางส่วนของพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานแก่คณาจารย์ และนักศึกษาืในวโรกาสเสด็จทอดพระเนตร และทรงเยี่ยมกิจการองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย หน่วยแม่โจ้ และวิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่ แม่โจ้ ครั้งแรก เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ 2516 ณ หอประชุมวิทยาลัยฯ (อาคารโดมแผ่พืชน์ในปัจจุบัน) นับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินไปแม่โจ้เ็ป็้นครั้งแรก

โครงการ อกท.นี้ได้แผ่วเบาลงในเวลาต่อมา และในระดับโรงเรียนมัธยมนั้น ต่อมาก็ไม่มีกิจกรรม อกท. เหลืออยุ่เลย ส่วนในระดับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนั้น กิจกรรม อกท. ยังคงมีกิจกรรมและการเรียนการสอนอยู่ตราบทุกวันนี้

เฉพาะที่แม่โจ้นั้น ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นการศึกษาระดับปริญญาตรี อาจเป็นด้วยหลักสูตรการเรียนการสอน หรือเพราะเหตุที่ไม่มีผู้ดำเนินการและประสานงานกิจกรรม FFT จึงเงียบไปในบางช่วงและเงียบหายไปเลยในเวลาต่อมา ปัจจุบันกิจกรรม อกท. หรือ FFT จึงเหลืออยู่แต่ในความทรงจำของพวกเราชาวแม่โจ้ที่เคยเป็นสมาชิกหรือเคยร่วมกิจกรรมมาก่อน แต่ปณิธานหรือคติพจน์ของ อกท. หรือ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย หรือ FFT ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของพวกเรา ตลอดมา และจะยังคงอยู่กับพวกเราตลอดตลอดไป

Learning to Do
Doing to Learn
Earning to Live
Living to Serve

เราเรียนรู้ด้วยงานการฝึกหัด
เราปฏิบัติเพื่อหวังทางศึกษา
หาเลี้ยงชีพเพื่อชีวิตวัฒนา
ใช้วิชาเพื่อบริการงานสังคม

ปัจจุบันกิจกรรม FFA ในสหรัฐอเมริกา ยังคงดำเนินการและแพร่ขยายออกไปเรื่อยๆ ทั้งในระดับมหาวิทยาลัย และระดับมัธยมศึกษา กิจกรรมนี้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานมากกว่า 78 ปี (FFA เริ่มดำเนินกิจกรรมในปี ค.ศ. 1928) และนับวันก็ยิ่งแข็งแกร่งแพร่หลายและมีกิจกรรมมากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่เฉพาะการเกษตรเท่านั้น รวมทั้งกิจกรรมเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนและนักเรียนระดับมัธยมที่เรียกว่า 4 H Club

(ยุวกสิกร หรือ 4 ก) ก็ขยายตัวและแข็งแกร่งมั่นคงตลอดมา (4 H Club ก่อตั้งในสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1903 มากกว่า 103 ปี มาแล้ว ส่วนโครงการยุวกสิกรของประเทศไทยก่อตั้งในปี พ.ศ. 2498 ปัจจุบันยังดำเนินกิจกรรมอยู่ ในบางจังหวัดและโรงเรียนมัธยมบางแห่ง)

อาจารย์ เทพประสงค์ วรยศ ท่านทำงาน แบบที่เรียกว่า “ ทุ่มเทใจเพื่อทำจริง” ทำทุกอย่างเพื่อแม่โจ้ตลอดมา อาคารศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงมีชื่อ “ เทพประสงค์ วรยศ” เป็นอนุสรณ์เพื่อระลึกถึงกิจกรรมและผลงานที่ท่านได้ก่อสร้างให้แม่โจ้ในอดีต

ท่านสามารถอ่านและดูภาพกิจกรรม อกท. และเรื่องราวของรองศาสตราจารย์ ดร.เทพประสงค์ วรยศ ได้ที่เว็บไซท์

http://www.maejo.net/FFTMaejo/fft.html

http://www.maejo.net/FFTMaejo/thepprasong.html

http://www.fft.or.th

อาจารย์ เทพประสงค์ วรยศ นับได้ว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องข้องกับกิจกรรม อกท. โดยตรง เป็นที่ยอมรับของพวกเราที่ได้ร่วมกิจกรรมพัฒนาอาชีวะเกษตร และเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับแผนพัฒนาวิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้ ได้ร่วมหารือกับคณาจารย์ท่านอื่นๆ วางแผนให้ยกฐานะปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนของแม่โจ้เป็นระดับปริญญาตรีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 และทำโครงการเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2510 และดำเนินการนำเสนออย่างต่อเนื่องโดยพลังความสามัคคีและความต้องการของนักศึกษาแม่โจ้ทั้งหมดจนประสบความสำเร็จ ตามปนิธานของ ลูกแม่โจ้ที่ว่า “ แม่โจ้อยู่ได้ด้วยสามัคคี” และ “ สามัคคีคือพลัง” ทำให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของการศึกษาเกษตร และยกฐานะให้ “ แม่โจ้” ได้มีการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา และออกกฎหมายยกฐานะให้วิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้เป็น “ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ ” ในปี พ.ศ. 2518

***********************************

ระวัติส่วนตัว (ย่อ)

รองศาสตราจารย์ ดร. เทพประสงค์ วรยศ (ชื่อเดิม ประสงค์ วรยศ)

เกิด วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ณ บ้านน้ำล้อม ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

ภรรยา ขื่อ นางจงจิตร (สกุลเดิม พานิชกุล)

มีบุตรธิดา 2 คน

การศึกษา พ.ศ. 2496 อาชีวะชั้นสูงเกษตรกรรม โรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้

พ.ศ. 2500 ปริญญาตรีกสิกรรมและสัตวบาล (พืชสวน) มหาวิทยาลัยเกษตรสาสตร์

พ.ศ. 2503 ปริญญาโท (Texas A & I University) สหรัฐอเมริกา

พ.ศ. 2535 ปริญญาเอก Doctor of Agriculture ( Kyushu University, ญี่ปุ่น

รับราชการ พ.ศ. 2500 บรรจุเป็น ครู วิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้

พ.ศ. 2508 เป็นอาจารย์เอก วิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้

พ.ศ. 2519เป็น อาจารย์ชั้นพิเศษ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตร

พ.ศ. 2522 ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี

พ.ศ. 2524 เป็นรองศาสตราจารย์ ระดับ 9 สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้

พ.ศ. 2530 ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา

พ.ศ. 2535 1 ตุลาคม เกษียณอายุราชการ

เสียชีวิต วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2541 ณ โรงพยาบาล แมคคอร์มิค เชียงใหม่ รวมอายุ 66 ปี

 

+++++++

(โปรดติดตามประวัติและบทความตอนต่อไป ใน ตำนานแม่โจ้ ตอน 11

รองศาสตราจารย์เทพประสงค์ วรยศ (2)

กว่าจะมาเป็นสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้

 เรียบเรียง จาก 1) อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ รองศาสตราจารย์ ดร. เทพประสงค์ วรยศ ณ ฌาปนสถานแม่โจ้ 26 ธ.ค. 2541
/ 2)พระบรมราโชวาท วันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2516 อนุสรณ์ 70 ปี แม่โจ้ จัดพิมพ์โดยสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ พ..2547


*****************

เรียบเรียงสำหรับรายการ แม่โจ้เมื่อวันวาน ตำนานแม่โจ้ 10

สงวน จันทร์ทะเล

ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านกิจการศิษย์เก่าสัมพันธ์

12 กรกฎาคม 2549

Updated: August 27, 2006

Last updated: February 28, 2007

 

Maintained page by Sanguan Chantalay

July 23, 2006

BACK TO MAEJO.NET