ตำนานแม่โจ้ ตอน 12
ดร. บุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ นักพัฒนาพื้นที่เกษตรที่สูงโครงการหลวง ดร.บุญรอด ศุภอุดมฤกษ์รับราชการอยู่กรมพัฒนาที่ดิน เป็นผู้ริเริ่มบุกเบิกโครงการหุบตะพง จังหวัดเพชรบุรี เป็นคนแรกที่เข้าไปเริ่มงานและประสบความสำเร็จและกลายเป็นแบบอย่างของการพัฒนาพื้นที่มาจนถึงปัจจุบัน ได้ย้ายมาเป็นอาจารย์สอนที่สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2521 จากประสบการจากโครงการหุบตะพง โครงการหลวงจึงได้ขอให้สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ส่ง ดร.บุญรอดเข้าไปร่วมปฎิบัติงานเพื่อพัฒนาพื้นที่และส่งเสริมเกษตรที่สูง โดยเริ่มเข้าไปอาสาสมัครทำงานให้โครงการหลวง ที่บ้านทุ่งหลวง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 และเป็นผู้ประสานงานของโครงการอื่นๆในหลายพื้นที่ ที่โครงการหลวง ขอให้ไปรับผิดชอบ เช่นที่ดอยเวียงผา เป็นคณะกรรมการฝ่ายพัฒนาของมูลนิธิโครงการหลวงในเวลาต่อมา โครงการตามพระราชดำริอีกหลายโครงการที่สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้มีโอกาสเข้าไปร่วมปฎิบัติงาน เช่นที่ ลุ่มน้ำเข็ก จังหวัดเพชรบูรณ์ ดร.บุญรอดก็เข้าไปร่วมทำงานอย่างจริงจัง เป็นการเปิดโอกาสให้อาจารย์ท่านอื่นๆ รวมทั้งนักศึกษาแม่โจ้ได้มีโอกาสออกไปทำงานหาประสบการเหล่านั้นด้วย ส่วนงานวิชาการในสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้นั้น ดร. บุญรอด เคย ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ เป็นผู้อำนวยการกองห้องสมุด และเป็นผู้อำนวยการโครงการพัฒนาพื้นที่ละแม จังหวัดชุมพร เมื่อ ปี พ.ศ. 2536 ชีวประวัติ ดร. บุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ เกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2482 ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน บิดา ชื่อ อ่อน มารดาชื่อ จวน สมรสกับ คุณ อุไร จึงวานิช เมื่อเดือนมกราคม 2508 มีบุตรชาย 1 คน ธิดา 2 คน การศึกษ า จบชั้นอาชีวศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเกษตรกรรมนครปฐม จบวิชาชีพเกษตรกรรมชั้นสูงจาก วิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้เชียงใหม่ (รุ่น 22) จบปริญญาตรี กสิกรรมและสัตวบาล จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบปริญญาโท และปริญญาเอก ทาง Soil Science จาก University of the Philippines at Los Banos. รับราชการ พ.ศ.2508 เริ่มรับราชการ นักเกษตรตรี กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2518 เป็นนักวิชาการเกษตร 5 กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2521 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ย้ายโอนมารับตำแหน่ง อาจารย์ ระดับ 5 ที่สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ และได้เลื่อนขั้นตามลำดับ พ.ศ 2526 เป็นอาจารย์ ระดับ 7 ภาควิชาดินและปุ๋ย คณะผลิตกรรมการเกษตร เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานสูงสุด คือ ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ต.จ.ว.) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2539 เสียชีวิต เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2542 เวลา 14.00น. ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยโรคเนื้องอกที่ฐานกระโหลก กดทับเส้นประสาท หัวใจ (สิริรวมอายุได้ 60 ปี 24 วัน) *** ดร. สราญ เพิ่มพูล (รุ่น 24) อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้เขียนไว้ใน หนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ ดร. บุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ ว่า “ การสูญเสียอาจารย์ ดร.บุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ ในขณะเดินทางไปปฎิบัติราชการ ณ จังหวัดชุมพร (อำเภอละแม) และไม่มีโอกาสกลับไปถึงสถานที่ทำงาน ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้เชียงใหม่ หรือบ้านพักอีก เป็นเหตุการณ์ที่ทุกคนคาดไม่ถึง แม้ว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย จะเป็นสัจจธรรมที่มิอาจปฎิเสธได้....พวกเราคาดหวังว่า ท่านสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้จนเกษียณอายุราชการ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือน กับ 1 สัปดาห์ เท่านั้น... ดร. บุญรอด เป็นเสมือน สัญญาลักษณ์หรือตัวแทนของมหาวิทยาลัยแม่โจ้กับโครงการหลวง เนื่องจากได้รับมอบหมายให้ทำงานในโครงการหลวงมาโดยตลอด....จนได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ต.จ.ว.) ซึ่งเป็นเกียรติ์แก่อาจารย์และวงศ์ตระกูล....” **** ดร. อานนท์ เที่ยงตรง (รุ่น 20) อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เขียนไว้ว่า “ ดร. บุญรอด รับเป็น ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาพื้นที่ละแม จำนวน 1,750 ไร่ ที่อำเภอละแม จังหวัดชุมพร ทำให้ศูนย์ไร่ฝึกนักศึกษาแม่โจ้-ละแม ได้รับการพัฒนาเป็น – สำนักสหวิชาการ ซึ่งเป็นผลงานสุดท้ายที่ ดร.บุญรอด ได้ฝากไว้กับมหาวิทยาลัยแม่โจ้..... วันที่ 1 พฤษภาคม 2540 ดร. บุญรอด ได้รับแต่งตั้งให้ รักษาราชการแทนรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนา (แม่โจ้ – ละแม)... การจากไปของ ดร.บุญรอด.. นับเป็นความสูญเสียกำลังคนระดับปริญญาเอกไปอีกคนหนึ่ง...และเป็นการสูญเสียน้องชายอันเป็นที่รักและนับถือไปอย่างไม่มีวันกลับ.....” ****** ดร. เทพ พงษ์พานิช (รุ่น 32)( อธิการบดีคนปัจจุบัน) ขณะนั้น เป็น คณบดีคณะธุรกิจการเกษตร เขียนกล่าวความรู้สึกว่า.. “ ดร.บุญรอด เป็นนักบุกเบิกพื้นที่หรือโครงการใหม่ๆ ตลอดมา นับตั้งแต่รับราชการกรมพัฒนาที่ดิน จนกระทั่งย้ายมาอยู่แม่โจ้ ท่านบอกผมว่า...-คิดว่าจะสบายขึ้นเมื่อเข้ามาอยู่แม่โจ้ กลับหนักกว่าเดิมไปอีก— ผมได้แต่ปลอบใจท่านและให้กำลังใจว่า ... ผมก็เข่นเดียวกับท่าน ถือว่าแม่โจ้เคยมีบุญคุณกับเรา ณ วันนี้ เรามาตอบแทนบุญคุณของแม่(โจ้) ของเรา ก็แล้วกัน...... วันที่ 23 กรกฎาคม 2542 วันสุดท้ายที่ผมได้พบท่าน เพราะนัดเจอะกันที่อำเภอละแม จังหวัดชุมพร ไปเยี่ยมดูอาคารกำลังก่อสร้างของแม่โจ้ที่นั่น ท่านให้ผมช่วยออกความคิดการใช้สีทาอาคาร ว่าอย่างไรถึงจะสวย (ผมชอบออกแบบสีอาคาร) และได้พูดถึงอนาคตของแม่โจ้ละแม ว่าจะพัฒนาการเรียนการสอนอย่างไร..... เย็นวันนั้นเราแยกกัน ผมเดินทางไปสุราษฎร์ธานีและกลับเชียงใหม่ และอีก 2วัน ท่านก็เข้า กทม. และเข้าโรงพยาบาลิริราช อีกครั้งด้วยโรคเก่ากำเริบ และไม่มีโอกาสได้พบกันอีกเลย ผมยอมรับว่า ขาดคนที่รู้ใจและพูดรู้เรื่องไปอีก 1 คน ในชาติของผม......” ******* ดร. บุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ ได้ลาจากพี่น้องลูกแม่โจ้ไป เมื่อวันที่ วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ 2542 เวลา 14.00 น. ทุกวันนี้..อาคารอำนวยการของมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ได้ชื่ออาคารว่า “ อาคารบุญรอด ศุภอุดมฤกษ์” พร้อมภาพถ่ายของ ดร.บุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ ในชุดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตติจุลจอมเกล้าวิเศษติดตั้งที่ผนังด้านหน้าสำนักงานภายในอาคาร เพื่อเป็นเกียรติภูมิยกย่องดูเด่นสง่า และเป็นที่ระลึกในความผูกพันของ ดร.บุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ กับมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร และคุณความดีของท่านจะอยู่กับพวกเรา ชาวแม่โจ้ ตลอดไป ******************************************* เรียบเรียนจากหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ นาย บุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ ณ ฌาปนสถานบ้านแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2542 เรียบเรียงออกอากาศ รายการแม่โจ้เมื่อวันวาน สงวน จันทร์ทะเล 27กรกฎาคม 2549 Maintained page by Sanguan Chantalay July 23, 2006
|