ตำนานแม่โจ้ ตอน 14
เคาบอยในชีวิตจริงและเคาบอยในความฝัน (1)
วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2476 คุณพระช่วงเกษตรศิลปการออกเดินทางไปสำรวจหมู่บ้านแม่โจ้ในป่าดงแม่โจ้ครั้งแรก จากในเมืองไปถึงอำเภอสันทรายโดยรถยนต์ จากอำเภอสันทรายไปแม่โจ้ต้องขี่ม้าลัดเลาะไปตามทางเกวียนผ่านป่าและคลองชลประทานจนถึงแม่โจ้เพื่อสำรวจพื้นที่จัดตั้งสถานีทดลองกสิกรรมภาคเหนือขึ้น ถือได้ว่า ท่านเป็น เคาบอยคนแรกในชีวิตความเป็นจริง ของคำว่า เคาบอย แม่โจ้ คุณพระช่วงฯท่านได้ทำการสำรวจพื้นที่จนกระทั่งเย็น เดินทางกลับถึงเชียงใหม่ในคืนเดียวกัน คำว่า เคาบอย หรือ คาวบอย เป็นที่รู้จักกันในพวกเราชาวแม่โจ้มานานแล้ว หลายคนเห็นภาพของท่านอาจารย์คุณพระช่วงฯในชุดที่เรียกว่า “ พลาสโฟร์” (plus fours) คือกางเกงรัดครึ่งแข้งสวมถุงเท้าทับ สวมเสื้อแจ๊กเก้ดสีเทาสีเดียวกัน..สวมรองเท้าบู๊ทยาวรัดน่อง สวมแว่นตาสายตาสั้น สีขาวกรอบทอง ” เป็นชุดที่แสดงถึงความคล่องตัวในการทำงานบุกเบิก สามารถป้องกันส่วนล่างของร่างกายขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ในระหว่างปี พ.ศ. 2464-67 (ค.ศ. 1921-24) คุณพระช่วงฯท่านย้ายจากมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์เมื่อเรียนปีที่สามไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยวิสคอนวิน เมืองเมดิสันซึ่งอยู่ทางเหนือของสหรัฐอเมริกาและเรียนต่อปริญญาตรีและโททางสัตวบาล ท่านจึงมีประสบการเกี่ยวกับปศุสัตว์และชีวิตในฟาร์มของคนอเมริกันเป้นอย่างดี ท่านย่อมนำเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับฟาร์มในอเมริกามาเล่าให้ลูกศิษย์ของท่านฟังอยุ่เสมอ ตลอดเวลาที่ท่านอยู่ที่แม่โจ้ในระห่างปี พ.ศ. 2477- 81 และหลายตอนก็คงเป้นเรื่องของเกษตรกรและการเลี้ยงปศุสัตว์ ตลอดจนจิตใจและร่างกายที่แข้งแกร่งของการเป้นโคบาลอเมริกัน เคาบอยในชีวิตจริง ของพวกเราชาวแม่โจ้ ตั้งแต่เริ่มก่อนก่อตั้งแม่โจ้ และเป็นแบบอย่างถ่ายทอดมายังลูกศิษย์รุ่นต่อๆมา มากบ้างน้อยบ้าง ตามแต่บุคลิกของแต่ละคน ตามสถานการณ์ และความเปลี่ยนแปลงของสมัยนิยมในการแต่งกาย เคาบอยในยุคบุกเบิกตะวันตกในประวัติสาสตร์ของคนอเมริกันนั้น เกี่ยวพันกับคนอินเดียนแดง สัตว์ป่า ฝูงม้า ทุ่งหญ้า เสียงเพลงรอบกองไฟของคนทำงานรับจ้างต้อนฝูงปสุสัตว์ไปส่งยังเมืองต่างๆ หรือไม่ก็เพื่อหาหลักแหล่งตั้งถิ่นฐาน ชีวิตในสมัยนั้นเต็มไปด้วยการผจญภัย ต่อสู้ เพื่อความอยู่รอด และอิสรเสรีภาพ สิ่งต่างๆ ในอดีตเหล่านี้ยังคงหลงเหลือให้สัมผัสและพบเห็นได้จากเรื่องราวตำนานคำบอกเล่าถ่ายทอดกันมา และสามารถเห็นได้จากภาพยนตร์ตะวันตกหลายเรื่องที่ถ่ายถอดจิตวิญญาณตะวันตก (western spirit) ให้หลงเหลือให้คนรุ่นหลังได้รับทราบในปัจจุบัน มีคำกล่าวเล่ากันมาว่า เคาบอยในยุคมุ่งตะวันตก (How The West Was Won) จะมีบุคลิกที่คนในยุคนั้นถือปฎิบัติ คือ-- -เมื่อเดินผ่านกันต้องทักทายกัน Howdy - หากจำเป็นต้องเดินเข้าไปในทิศทางด้านหลังคนอื่น ต้องให้เสียงแสดงความเป็นมิตรเสียก่อน -เมื่อผ่านสวนกันไปแล้ว อย่าหันไปมองอีก -อย่าเอาม้าของผู้อื่นไปขี่เด็ดขาด เพราะเจ้าของรักม้ายิ่งกว่าภรรยาตัวเอง -ไม่ยิงผู้ที่ไม่มีอาวุธต่อสู้ -แต่งกายดี กริยามารยาทดี คำพูดดี เป็นที่เชื่อถือได้ -การขโมยม้า ขโมยหมวก ถือว่าเป็นโทษหนัก -อย่าปลุกคนที่กำลังหลับด้วยการแตะตัว เพราะอาจถูกยิงสวนโดยคนหลับได้ -ไม่พูดมาก สงวนลมปากไว้สำหรับหายใจ -รักม้าดูแลม้าก่อนตนเอง แม้หิวต้องให้ม้ากินก่อน -กล่าวคำหยาบได้เฉพาะต่อหน้า ผู้ชาย ม้า และฝูงวัว เท่านั้น บางตำนานกล่าวถึงภาพยนต์เคาบอยตะวันตก (Western Cowboy films) บุคลิกของเคาบอยคนจริง ไว้ว่า -ไม่ชอบหาเรื่อง แต่หากมีปัญหาแล้วก็หันหน้าสุ้ปัญหานั้นด้วยความกล้าหาญ -ยืนเคียงข้างฝ่ายที่ถูกต้องมีคุณธรรม -ปกป้องคนดี เป็นศัตรูกับคนชั่ว -มีจริยธรรมสูง -มีกริยามารยาทดี -มีความซื่อสัตย์ -เมื่อพูดจะพูดจากใจ พูดความจริงโดยไม่เกรงบุคคลอื่น ไม่ว่าจะถูกต้องตามแนวทางการเมืองหรือไม่ก็ตาม - เป็นบุคคลที่อยู่ในความฝันของนักเดินทางสู่แดนกันดารตะวันตก -เป็นบุคคลที่ได้รับการเชื่อถือต่อสาธารณชน คนเลวไม่กล้าสู้หน้า - ในการต่อสู้จะมีความเชื่อมั่นในตนเองว่าต้องชนะคู่ต่อสู้ทั้งหมัดและปืน -เมื่อชนะแล้ว ก็จะจากไป ฝากแต่ชื่อไว้ให้อยู่ในความทรงจำของผู้คนในเหตุการณ์ จึงมีภาพยนตร์เคาบอยตะวันตกที่มีเนื้อหาและมีบุคลิกของเคาบอยที่เป็นฮีโร่ในประวัติศาสตร์ของคนอเมริกันยุคบุกเบิกมากมายหลายเรื่อง สะท้อนถึงความยากลำบากในการแสวงหาอิสรภาพเพื่อตั้งหลักแหล่งความมั่นคงให้ครอบครัว การสร้างเมือง และความเป็นชุมชนที่เข้มแข้งในเวลาต่อมา ในบรรดาเรื่องราวเหล่านั้นมักจะเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างคนพื้นเมืองและผู้อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐาน มีเรื่องราวเกี่ยวกับ “ เสือพราน” ที่มีอาชีพล่าสัตว์ และติดต่อค้าขายกับคนพื้นเมือง การต่อสู้ปกป้องที่ดิน การเลี้ยงปศุสัตว์ การสร้างทางรถไฟไปสู่ภาคตะวันตก (สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2412 ในปี พ.ศ. 2503 มีอาจารย์หนุ่มจากแม่โจ้ไปเรียนปริญญาโททางไม้ผลที่มลรัฐเท็กซัส เมื่อกลับมาท่านก็นำแบบการแต่งกายที่ชาวแม่โจ้ชื่นชอบ คือแบบเคาบอย มีกางเกงยีนส์ ตำนานเคาบอยในอเมริกา การเลี้ยงปศุสัตว์ ชีวิตในทุ่งกว้าง และเกษตรกรอเมริกันสมัยใหม่ก็นำมาเล่า สร้างความฝันให้นักศึกษาในสมัยนั้นได้กระตือรือร้นในการศึกษาแผนใหม่ โดยเฉพาะการนำเอาโครงการ Learning to Do Doing to Learn Earning to Live Living to Serve แม่โจ้จึงเปิดหน่วยองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยแรกเมื่อปี พ.ศ. 2504เป็น Future Farmers of Thailand – FFT เป็นที่รุ้จักแพร่หลายและเป็นต้นแบบของ อกท. ในวงการศึกษาอาชีวเกษตรในปัจจุบัน จึงถือได้ว่า อาจารย์ ประสงค์ วรยศ เป้นผู้นำเรื่องราวของเคาบอยมาให้ชาวแม่โจ้รู้จักอีกในยุคหลังปี พ.ศ. 250 เคาบอยที่เคยเห็นกันในภาพยนตร์ตะวันตก ก็เลยเป็นเรื่องปกติเมื่อพูดถึงเคาบอยแม่โจ้ในสมัยนั้น แต่การใช้สตริงไทร์ยังไม่แพร่หลายนัก เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2547 ได้มีการลงนามร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยโอกลาโฮมา โดย ดร. เทพ พงษ์พานิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้เดินทางไปทำความตกลงพันธกิจความผุกพัน โอกลาโฮมาเป้นมลรัฐหนึ่งที่มีตำนานเกี่ยวกับการอพยพของผู้คนในอดีตเพื่อแสวงหาอิสรภาพและที่ทำกิน เรื่องราวของอินเดียนแดงและเคาบอยมีมากมาย ให้เห็นทั้งจากภาพยนตร์และหนังสืออ่าน ผู้รักษากฎหมายหรือมือปราบที่ดีๆ ก็มีให้เห็น จนกระทั่งมหาวิทยาลัยโอกลาโฮมานำมาเป้น สัญญาลักษณ์ (mascot) เพื่อให้นักศึกษาได้ระลึกถึง คนดีที่สังคมต้องการ นั่นคือภาพของ แฟรงก์ อีตั้น นักสู้ผู้พิทักษ์คุณธรรมแห่งโอกลาโฮมา และก็เป็น แมสคอท ขอ คณาจารย์จากแม่โจ้หลายท่านก็ได้ไปเรียนต่อที่โอกลาโฮมาและกลับมาเป็นผู้บริหารที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้หลายท่าน อาทิ ศาสตราจารย์ ดร. วิภาต บุญศรี วังซ้า ในปี พ.ศ. 2547 คำว่า เคาบอยแม่โจ้ จึงเป็นรูปธรรมให้เห็นมากขึ้น เมื่อมหาวิทยาลัย จัดงานฉลองครบรอบ แม่โจ้ 70 ปี มีคำว วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ดร. เทพ พงษ์พานิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้รับการยกย่องให้เป้นศิษย์เก่าดีเด่นผู้ประสบความสำเร็จและ คำว่า Maejo University, The Home of Cowboys จึงเป็นที่รู้จักแก่คณาจารย์นักศึกษามหาวิทยัลโอกลาโฮมามากขึ้น (อ่าน พีสตั้น พีท ในตำนานแม่โจ้ 14-1) (โปรดติดตามตอนต่อไป ตำนานแม่โจ้ตอนที่ 15 /เคาบอยแม่โจ้ (2) ******* เรียบเรียงจาก/ 1) หนังสือสหรัฐอเมริกา สำนักงานสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา http://usinfo.state.gov ******* เรียบเรียง เพื่อออกอากาศ รายการแม่โจ้ เมื่อวันวาน สงวน จันทร์ทะเล 10 สิงหาคม 2549 Maintain page by Sanguan Chantalay Updated: August 27, 2006
|