แม่โจ้เมื่อวันวาน ตำนานแม่โจ้ ตอน 18
ยาสูบต้นแรกในแม่โจ้
วันที่ 28 กันยายน 2476 (วันพฤหัส ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 11 ปีระกา) ม.จ. สิทธิพร อธิบดีกรมเกษตรและการประมงได้เสด็จมาที่สถานี ทดดลองกสิกรรมภาคภายัพที่คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ หัวหน้าสถานีฯ และ เจ้าหน้าที่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้เดือนเศษ(พระช่วงเกษตรศิลปการ พาครอบครัวขึ้นมาเชียงใหม่ วันที่ 12 สิงหาคม 2476 และ ท่านได้เดินทางออกไปสำรวจดงแม่โจ้ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม และได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างสถานีทดลองกสิกรรมภาคภายัพทันที่ โดยมี เจ้าหน้าที่ ชุดบุกเบิกรวม 6 คน ช่วยกันปรับพื้นที่ สร้างเรือนโรง ที่พัก แปลงปลูก และรีบดำเนินการเพาะกล้ายา่สูบทันที) บุคคลที่ร่วมบุกเบิกคือ ม.จ. ธานีเศกสงัดชุมพล สำเร็จวิชาการเกษตรจากปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็น ผู้ช่วยหัวหน้าสถานี นาย ชื่น สิโรรส นาย มงคล งามวิสัย นาย ดาบสุรัต พรหมเสน นาย ขัณโฑ โล่เพชร ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บุกเบิกและก่อตั้งสถานีทองลองกสิกรรมภาคพายัพ ได้เริ่มเพาะกล้ายาสูบพันธุ์ต่างประเทศ รวม 2 พันธุ์ คือ Joiner และ White Berley เพาะกล้ายาสูบจำนวนพอเพียงสำหรับปลูกในพื้นที่ 10 ไร่ และได้เตรียมแปลงปลุกไว้ ตั้งแต่เมื่อเริ่มเข้ามาสำรวจเมื่อกลางเดือนสิงหาคม และได้วางแผนการปลูกไว้ว่าจะปลูกในปลายเดือนกันยายน ม.จ. สิทธิพร เสด็จถึงแม่โจ้ วันที่ 28 กันยายน 2476 ทรงปลูกต้นยาสูบต้นแรกเป็นปฐมฤกษ์บนแผ่นดินแม่โจ้ ในวันนี้ และได้อำนวยการปลูกยาสูบอยู่จนมืดค่ำ ต้องจุดตะเกียงทำกันต่อ จนสามารถปลูกยาสูบแล้วเสร็จในพื้นที่ 1 ไร่ ที่เหลืออีก 9 ไร่ ปลูกต่อจนแล้วเสร็จในวันต่อมา การปลูกยาสูบในสมัยนั้นเป็นเรื่องยุ่งยากพอใช้ เพราะน้ำจากคลองชลประทานยังปล่อยมาไม่ได้ เพราะคลองส่งน้ำยังไม่เรียบร้อย ต้องใช้วิธีขนน้ำรดเป็นต้นๆ ไปก่อน อาศัยน้ำฝนช่วยเป็นหลัก แต่จำต้องลงมือกระทำตามฤดูกาล คุณพระช่วงฯ เอา งานปลูกและขยายพันธุ์ยาสูบ มาเป็นงานแรก ก็เพราะว่า ในปี พ.ศ. 2474 นั้น ตามสถิติของกรมศุลกากรแจ้งว่า สินค้าขาเข้าประเภท บุหรี่มวน ( cigarette) มีจำนวนมากและสูงเพิ่มขึ้น คิดเป็นมูลค่าถึง 8 ล้านบาท (ในสมัยนั้น) จึงเป็นมูลค่าที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับราคาพืชผลอื่นๆที่ส่งเป็นสินค้าขาออกในขณะนั้น ดังนั้นถ้ากสิกรไทยของเราปลุกยาสูบกันเป็นจำนวนมาก ก็ย่อมจะช่วยแก้สถานะทางเศรษฐกิจในด้านนี้ได้ ที่ฟาร์มบางเบิร์ดของท่าน ม.จ. สิทธิพร ได้ทรงปลูกและทดลองส่งตัวอย่างใบยาไปต่างประเทศมาก่อนแล้ว ได้รับคำตอบรับรองคุณภาพว่า เป็นใบยาสูบชั้นดี ต่างประเทศยินดีรับซื้อจำนวนมาก ไม่จำกัดจำนวน คุณพระช่วงฯ จึงได้วางแผน ปลุกยาสูบที่แม่โจ้ทันที เมื่อเดินทางมาสำรวจพื้นที่ในวันที่ 14 สิงหาคม 2476 และเตรียมพื้นที่ เพาะกล้ายาสูบ และทูลเชิญ ม.จ.สิทธิพร เสด็จมาทรงปลูกยาสูบต้นแรกที่แม่โจ้ ในวันที่ 28 กันยายน 2476
งานปลูกยาสูบผ่านไปแล้ว งานต่อไปคือ สร้างโรงบ่มใบยา สมัยนั้นทำกันอยู่ 3 วิธี 1.ใบยาที่จะนำไปใช้มวนบุหรี่ซิการ์ ใช้วิธีบ่มด้วย แสงแดด (Sun cured tobacco) 2.ใบยาที่จะหั่นนำไปใช้ทำ บุหรีมวน – ซิการ์แรต ใช้บ่มด้วย ความร้อน (Flue cured tobacco) 3. ใบยาพื้นเมืองที่จะนำไปหั่นทำตัวยาตั้ง หรือยาก้อน ใช้บ่มด้วยวิธีผึ่งลม (Air cured tobacco)
ยาที่สถานีทดลองฯแม่โจ้ทำในสมัยนั้น จะนำไปใช้หั่นเป็นยาสูบที่เรียกว่า ซิกการ์แรต และเป็นใบยาสูบชั้นดีตลาดต้องการ จึงต้องมีโรงบ่ม คุณพระช่วงฯ สร้างโรงบ่มโรงแรกของสถานีฯ เป็นโรงบ่มแบบอินเดีย โดย ม.จ.สิทธิพรฯ ได้ประทานแบบแปลนมาให้ตั้งแต่วันแรกที่ท่านเสด็จมาทรงปลูกยาสูบต้นแรก 28 กันยายน 2476 โรงบ่มกรุฝาด้วยไม้ เมื่อสร้างเสร็จและลองบ่มดุ ปรากฏว่า บังคับและควบคุมความร้อนไม่ดีนัก ความร้อนรั่วระเหยได้ตามรอยต่อของไม้ ต่อมา มร.ฮินชฮูด (ชาวอังกฤษ) ผู้อำนวยการใหญ่โรงงานยาสูบ บ.เอ.ที. ที่ บ้านใหม่ ยานนาวา กรุงเทพ ได้มาเยี่ยมชมสถานีฯ ได้ชอบพออัธยาศัยของคุณพระช่วงฯ เป็นส่วนตัว ได้ออกปากรับสร้างโรงบ่มใบยาแบบทันสมัยเป็นโรงปูนซีเมนต์ให้ 1 โรง ต่อมาได้ส่ง มร.ปีตาร์ต ซึ่งประจำอยู่ที่ ปัตตาเวีย (จาร์กาตาร์) ประเทศอินโดนีเซีย เดินทางมาจัดสร้างให้ เป็นมูลค่าประมาณ 1,000 บาท ซึ่งนับเป็นโรงบ่มใบยาที่ทันสมัยโรงแรกในสมัยนั้น
การปลูกยาสูบจึงได้แพร่หลายทั่วไปใน เชียงใหม่ และในภาคเหนือในเวลาต่อมา ******** เรียบเรียงจาก “ ความเป็นมาของสถาบันการเกษตรแม่โจ้” โดย ปราโมทย์ บัวชาติ รุ่น 2 หนังสือ เกษตร-แม่โจ้ อนุสรณ์ครบรอบ 82 ปี อำมาตย์โท พระช่วง เกษตรศิลปการ 20 กรกฎาคม 2524.- หน้า 87-89.
สงวน จันทร์ทะเล ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านกิจการศิษย์เก่าสัมพันธ์ 15 กันยายน 2549
|
Maintained Page by Sanguan Chantalay
September 15, 2006