ออกอากาศครั้งที่ 106
ตำนานแม่โจ้ ตอน 3
อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปการ
ผู้บุกเบิกแม่โจ้
Phra Chuang KASHETRA* The Maejo Founder and the Father of Maejo Agriculture.

พระช่วงเกษตรศิลปการ
ในชุด Plus fours ยุคบุกเบิกแม่โจ้ Phra Chuang KASHETRA
in the plus fours dress.
|
ในปี พ.ศ 2473 มีราษฎรของจังหวัดเชียงใหม่เ็ป็้นจำนวนมากได้อพยพครอบครัวเข้าไปจับจองที่ดินรกร้างว่างเปล่าเป็นที่ทำกินในเขตอำเภอพานจังหวัดเชียงราย เป็นเหตุให้มีการอพยพเอาแบบอย่างติดตามต่อเนื่องกันไปอย่างไม่หยุดยั้งในขณะนั้นพระยากัลยาณมิตร (เชียร กัลยาณมิตร) สมุหเทศาภิบาลมณฑลพายัพ และพระยาอนุบาลพายัพกิจ (ปุ่น อาสนจินดา) ผู้ว่าราชการจังหวัดเเชียงใหม่ จึงคิดหาวิธีการสกัดกั้นการอพยพ ประกอบกับกรมทดนำ้ได้มีการสำรวจออกแบบจัดตั้งโครงการชลประทานในภาคเหนือ จึงเกิดโครงการชลประทานเหมืองแม่แฝกเกิดขึ้น โดยการขุดคลองรับน้ำจากฝายน้ำล้นที่ทดน้ำแม่ปิงในเขต อ.แม่แตง ขุุดเป็นคลองส่งน้ำสายใหญ่ผ่านตำบลแม่แฝกเข้าไปในพื้นที่ดอนที่เป็นป่าไม้ที่ไม่มีค่าเป็นลักษณะป่าแพะ ในเขตพื้นที่ด้านตะวันออกของตำบลแม่แฝก ป่าไผ่ หนองหาร ผ่านตำบลสันทรายไปลงแม่นำ้แม่กวงที่จังหวัดลำพูน
ทางรับบาลได้ทูลเชิญหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร เจ้าของฟาร์มบางเบิด (เจ้าตำหรับกสิกรรมบนดอย) มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตรวจกสิกรรม (กรมเพาะปลูกเดิม) กระทรวงพานิชยและคมนาคม
หม่อมเเจ้าสิทธิพรฯ มีนโยบายให้จัดตั้งสถานีทดลองกสิกรรมขึ้นตามท้องที่ในภาคต่างๆ และได้ดำเนินการไปแล้วที่ภาคใต้ที่บ้านชะมวง ตำบลควนเนียง อำเภอกำแพงเพชร(อำเภอรัตนภูมิ ปัจจุบัน) จังหวัดสงขลา และในปีต่อมาได้ย้ายไปตั้งที่ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ที่ภาคอิสานจัดตั้งขึ้นที่โนนวัด (โนนสูง) จังหวัดนครราชสีมา ส่วนที่ภาคเหนือกำลังอยู่ในขั้นตอนหาสถานที่เหมาะสม
พระยากัลยาณมิตรได้มีโอกาสรับเสด็จจึงได้ทูลเชิญให้เสด็จไปดูสภาพพื้นที่อันเป็นป่าแพะในเขตตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย เป็นที่ดอนและกว้างขวาง และทางทิศตะวันออกก้กำลังมีการขุดคลองส่งน้ำสายใหญ่ของโครงการชลประทานแม่แฝกผ่านมาด้วย
หม่อมเจ้าสิทธิพรฯ ได้ทรงตรวจสภาพพื้นที่โดยทั่วไปแล้ว พบว่าเป็นดินปนทรายค่อนข้างมากและดินชั้นล่างเป็นดินกรวดอัดแน่น คุณภาพของดินไม่ดี องค์ท่านก็ไม่ถือเป็นอุปสรรคแต่อย่างใด กลับทรงพอพระทัยและตกลงเอาป่าแพะห้วยแม่โจ้ ตำบลหนองหารเป็นที่จัดตั้งสถานีทดลองภาคภายัพ
ปัญหาที่เหลือคือตัวบุคคลที่จะส่งไปดำเนินการจัดตั้งและดำเนินงาน ซึ่งบุคคลผุ้นั้นจะต้องเ็ป็้นผุ้มีีทั้งความรู้ความสามารถเป็นที่ไว้วางพระทัยขององค์ท่านได้ และที่สำคัญก็ต้องเป้นผุ้ที่รักงานนี้อย่างแท้จริง ซึ่งจะต้องเป้นผู้ยอมอุทิศตนเข้าไปบุกเบิกและอดทนต่อสู้ภัยธรรมชาติในป่าดงกันดารและห่างไกลแห่งนี้
หม่อมเเจ้าสิทธิพรฯ จึงทรงติดต่อขอตัวพระช่วงฯ คืนจากกลาโหมมาสังกัดที่กรมตรวจกสิกรรมกระทรวงเกษตรพานิชยการ (พานิชย์และคมนาคมเดิม) แล้วทรงมอบงานให้ไปดำเนินการตามนโยบายทันที
(เรียบเรียงจาก หน้า 82-85 หนังสือ เกษตร-แม่โจ้ ที่ระลึกเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบปีที่ 82 ของอำมาตยืโท พระช่วงเกษตรศิลปการ
(ช่วง โลจายะ) 20 กรกฎาคม 2524 |
วันที่ 12 สิงหาคม 2476
คุณพระช่วงฯ ได้เดินทางขนย้ายครอบครัวจากกองทะเบียนทหารบก จังหวัดปราจีนบุรี ถึงจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมผู้ติดตามอีก 2 คน นาย ดาบสุรัต พรหมแสน และนาย ขัณโฑ โล่ห์เพชร ได้รับการต้อนรับช่วยเหลือด้วยดีจาก ท่านขุนอภิรักษ์จรรยา (วิญยาต ปุตรเศรณี) ธรรมการจังหวัดเชียงใหม่ นักเรียนสวนกุหลาบรุ่นพี่เป็นอย่างดี
เช่าบ้านพักที่บ้านนายโปไล้ (ทำงานกองทาง) ตั้งอยู่ข้างวัดดอกเอื้อง ใกล้ศาลากลางจังหวัด ค่าเช่าเดือนละ 400 บาท กรมตรวจกสิกรรมมอบรถยนต์กระบะบรรทุกยี่ห้อดอจ์ซ 6 ล้อ ให้ 1 คัน คุณพระช่วงฯได้ศึกษาสภาพพื้นที่ที่จะไปปฎิบัติงานและเส้นทางการคมนาคมจากผู้รู้ แต่ก็มีไม่กี่คนที่รู้จักหมู่บ้านแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จากความรู้ที่ได้มาจาก ม.จ. สิทธิพรฯ พอสรุปได้เลาๆ ว่า สามารถเดินทางโดยรถยนต์ไปถึงอำเภอสันทราย ( 10 กม.) จากนั้นมีแต่ทางเกวียนแคบๆ ไปด้วยม้า จักรยานใช้ไม่ได้เพราะทางเป็นทรายมาก เดินทางด้วยเท้าประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางลัดที่สุดไปตามทางเกวียนเลาะแนวคันคลองส่งน้ำเหมืองแม่แฝกที่กำลังขุดและตบแต่งแต่ยังไม่แล้วเสร็จ บริเวณพื้นที่แม่โจ้สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,030 ฟิต ห่างจากกรุงเทพประมาณ 770 กิโลเมตร
วันที่ 14 สิงหาคม 2476 ตรงกับวันจันทร์แรม 8 ค่ำ เดือน 9 ปีระกา เป็นวันดี-เดย์ ที่คุณ พระช่วง บุกเข้าดงแม่โจ้ เดินทางโดยรถยนต์ดอจช์กะบะของหลวง พร้อมด้วยนาย ดาบสุรัต พรหมแสน และนาย ขัณโฑ โล่ห์เพชร (ทำหน้าที่พลขับ) ได้แวะที่สำนักงานชั่วคราวชลประทานเหมืองแม่แฝก ได้แนะนำตัวและทำความรู้จักกับหลวงสินธุกิจปรีชา แล้วเดินทางต่อถึงที่ว่าการอำเภอสันทราย
ขุนพิจารย์ประชากิจ นายอำเภอสันทรายได้ต้อนรับ ให้ยืมม้าขี่เป็นพาหนะพร้อมคนนำทาง ฝากรถยนต์ไว้ที่อำเภอ เดินทางไปตามทางเกวียนในป่าเลาะไปตามมูลดินคันคลองชลประทานเป็นลุ่มๆดอนๆ ไม่พบผู้คน เพราะเป็นเส้นทางไม่ค่อยมีคนใช้เส้นทางนี้มากนัก เดินทางชั่วโมงกว่าก็เข้าถึงดงไม้และป่าโปร่งที่เรียกว่า ดงแม่โจ้ เป็นเขตป่าสงวนของทางราชการมีพื้นที่กว้างประมาณ 800 ไร่ มีต้นตึง เหียง และหญ้าคาขึ้นทั่วไป พื้นที่ลาดเทลงทิศตะวันตกเล็กน้อย ทางด้านเหนือเป็นป่าช้าห้วยเกี๋ยงและหนองน้ำที่เรียกว่า หนองบัว ทางทิศตะวันออกติดกับคลองส่งน้ำชลประทานโครงการเหมืองแม่แฝกตลอดเหนือจรดใต้ ทางด้านใต้จากบ้านท่าเกวี๋ยน ทางตะวันตกจรดแนวถนนที่มีโครงการจะตัดขึ้นจากอ.สันทรายไป อ.พร้าว อีกด้านหนึ่งของถนนเป็นเขตวัดและหมู่บ้านแม่โจ้ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ชายป่า มีบ้านฝาและหลังคาตองตึงประมาณ 10 หลัง
ตอนกลางของพื้นที่มีห้วยโจ้ผ่านกลางจากตะวันออกลงไปทางทิศตะวันตกเป็นห้วยแห้งมีน้ำไหลก้นห้วยรินๆ เท่านั้น ถามชาวบ้านทราบว่ามีงูและไข้ป่าชุกชุม ชาวบ้านเป็นไข้ป่าตัวเหลืองๆซีดๆ แทบทุกครัวเรือน เนื้อดิน ดินบนเป็นทราย ดินล่างเป็นกรวดสีเหลืองอัดแน่นเป็นดินจัดอยู่ในขั้นเลว ขาดแคลนธาตุอาหารพืชที่สำคัญเกือบทุกชนิด เป็นด่างจัดสามารถพูดได้ว่า ดงแม่โจ้แห่งนี้มิได้มีสิ่งดีงามอะไรที่พอจะเป็นสิ่งที่ยั่วเย้ายวนใจให้คิดที่จะมาอยู่และคิดตั้งหลักปักกิจการงานอะไรขึ้นเลย
พระยาอนุบาลพายัพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ท่านก็ไม่เชื่อว่า พระช่วงเกษตรศิลปการจะดำเนินการได้ คงไม่รอดต้องละทิ้งกลางคันแน่นอน
แต่คุณพระช่วง ท่านก็พอใจในที่ดินผืนนี้
ท่านเคยพูดว่า “ ดินไม่สำคัญเท่าน้ำ ถ้ามีน้ำพอเพียงเนื้อดินจะเลวอย่างไรก็สามารถแก้ไขได้”
วันนี้ คุณพระช่วงฯ และคณะเดินทางกลับถึงบ้านในเมืองเชียงใหม่เมื่อเวลาเกือบ 20.00 น. และได้เดินทางชนิดไปเช้าเย็นกลับ (ชนิดไม่เคยเห็นดวงตะวันในเมืองเชียงใหม่) เพื่อปฎิบัติงานเช่นนี้ติดต่อกันตลอดมา (ท่านและครอบครัวยังคงเช่าบ้านข้างวัดดอกเอื้อง และขนย้ายครอบครัวเข้าไปอยู่ในแม่โจ้ต้นเดือนธันวาคม 2476 หลังจากบ้านพัที่สถานีฯกสร้างเสร็จแล้ว - ผู้เรียบเรียง)
คุณพระช่วงฯได้กำหนดแบ่งแยกพื้นที่เพื่อทำการทดลองเพาะเลี้ยงทั้งพืชและสัตว์ เริ่มรับคนงานชุดแรกมี นายน่วม ทรัพย์เนียม นำลูกน้องมารับจ้างเป็นช่างก่อสร้าง และมีชาวบ้านมารับจ้างถากถางป่า ขุดตอพร้อมงานก่อสร้าง เริ่มต้นที่ทำการสถานี บ้านพักเจ้าหน้าที่ และคอกสัตว์
ที่ทำการสถานีมุงด้วยสังกะสีเพื่อรองน้ำฝนเพื่อบริโภคและสร้างถังน้ำฝนซีเมนต์ขนาดบรรจุน้ำได้ หนึ่งหมื่นแกลลอน 1 ถัง ได้เสนอขอเครื่องมือทุ่นแรงและเจ้าหน้าที่จากกรมฯมาด้วย ต่อมากรมฯได้ส่งเครื่องมือทุ่นแรงชนิดใช้แรงสัตว์ เช่น ไถเหล็ก เครื่องพรวนดิน เครื่องสูบน้ำมาให้
"กรมตรวจกสิกรรมได้ส่ง หม่อมเจ้าธานีเศกสงัดชุมชนสำเร็จวิชาการเกษตรจากปารีส ประเทศฝรั่งเศสมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าสถานีทดลองฯ ๑ องค์ และได้รับบรรจุเองทางแม่โจ้ ๔ คน ได้แก่ นาย ชื่น สิโรรสนาย มงคล งามวิสัยนาย ดาบสุรัต พรหมแสนนาย ขัณโฑ โล่ห์เพชรวมเป็น ๖ ด้วยกัน"(หน้84 หนังสือ เกษตร - แม่โจ้ 20 กรกฎาคม 2524)
รวมมีเจ้าหน้าที่ 6 คน ตลอดทั้งคนงานที่กล่าวชื่อมาแล้วนี้ เป็นคณะบุคคลรุ่นบุกเบิกและก่อตั้งสถานีทดลองกสิกรรมภาคพายัพขึ้นโดยแท้จริง
วันที่ 28 กันยายน 2476 (วันพฤหัสบดี ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 11 ปีระกา) ม.จ.สิทธิพร ฯ ก็เสด็จมาทรงปลูกต้นยาสูบต้นแรกเป็นปฐมฤกษ์ลงบนผืนดินของแม่โจ้ และได้ทรงอำนวยการปลูกอยู่จนมืด ต้องจุดตะเกียงทำกันจนเสร็จในพื้นที่ 1 ไร่ จึงหยุด และอีก 9 ไร่ ทำเสร็จในวันต่อมา
งานทดลองของสถานีฯได้ขยายการทดลองปลูก ถั่วเหลือง หอมฝรั่ง กล่ำปลี กล่ำดอก กล่ำปม บีท แครอ๊ท แรดดิส และมะเขือเทศ
ด้านสัตว์เลี้ยง ได้สั่งพันธ์สุกร ยอร์คเชียร์ ลาร์จไวท์ มิดเดิลไวท์ และเอสเส็ก รวม 4 พันธุ์ๆละ คู่ ขนาดอายุ 3 เดือนไก่ สั่งพันธุ์เล็กฮอร์น โรดไอแลนด์เรด อ๊อสตาล๊อบ และบาพลีมัธล๊อคทั้งพันธุ์พืชและสัตว์สั่งจากประเทศออสเตรเลียทั้งหมด
ได้ซื้อควายจากชาวบ้านทางแม่ริมและสันทรายมา รวม 8 ตัว สำหรับใช้งาน
เพราะเจ้าหน้าที่มีน้อยและต่างมีประสบการณ์ต่อสิ่งใหม่ๆ นี้น้อย ความหนักหน่วงจึงตกแก่หัวหน้าสถานีและผู้ช่วย ต้องติดตามแก้ไขอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เพราะเป็นงานที่เริ่มต้นใหม่ คนก็ใหม่ ที่กำลังอยู่ในสายตาของประชาชนทั่วไป
คุณพระช่วงฯ ท่านจึงตั้งปณิธานไว้อย่างแน่วแน่ว่า “ จะไม่มีการผิดพลาดล้มเหลวได้”
ต้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2477 ฯพณฯ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการ ได้มีบัญชาให้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมประจำภาคเหนือขึ้นที่ดงแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่ข้างเคียงติดต่อกับที่ตั้งสถานีทดลองกสิกรรมภาคพายัพทางด้านใต้ และได้ดำเนินการขอตัวคุณพระช่วงเกษตรศิลปการ มาประจำกระทรวงธรรมการ โดยให้รับเงินเดือนทาง
กรมตรวจกสิกรรม แล้วแต่งตั้งให้ พระช่วงเกษตรศิลปการดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมภาคเหนือ โดยมีเงื่อนไขที่จะต้องรับฝากงานสถานีทดลองกสิกรรมภาคพายัพของกรมตรวจกสิกรรมไว้ด้วย
กระทรวงธรรมการมีนโยบายให้เปิดสอนนักเรียนให้ทันในปีการศึกษานี้ ( พ.ศ. 2477)
และจัดส่งครูอาจารย์ไปร่วมปฎิบัติงานและให้ประกาศรับสมัครนักเรียนทันที (ทั้งๆ ที่ตั้งโรงเรียนยังเป็นดง) ครูอาจารย์ที่กระทรวงธรรมการส่งมารุ่นแรกมี
1.อาจารย์ สวัสดิ์ วีระเดชะB.Sc.Agr.(Phillippines)
2. ครูตง วรนันท์ ป.ม.ก.(พระประโทน)
3. ครูสนิท ศิริเผ่า ป.ป.ก. (พระประโทน)
4. ครูสีมุ จินดารักษ์ ป.ป.ก. (ทับกวาง)
โรงเรียนมีแต่โครงการและตัวคนที่จะทำงานเท่านั้น ทั้ง 4 ท่านนี้ จึงย่อมได้รับจารึกชื่อ เป็น ครูอาจารย์คู่กับพระช่วงเกษตรศิลปการ ในการร่วมบุกเบิกดงแม่โจ้ ก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมภาคเหนือ แม่โจ้ ขึ้น อันเป็นเกียรติประวัติแก่การศึกษาเกษตรกรรมของประเทศไทยสืบไป
กระทรวงธรรมการมีนโยบายเร่งด่วนพิเศษ ให้เปิดรับนักเรียนให้ทันในวันที่ 17 พฤษภาคม 2477 ให้คุณพระช่วงยืมเงินทดรองจ่ายมาจำนวน 3,000 บาท (สามพันบาท) เป็นค่าก่อสร้างอาคารเรียน เรือนพัก โรงครัว และโรงเลี้ยงเรือนนอน หรือ หอพัก สร้างก่อน 3 หลัง ขนาดอยู่อาศัยได้ หอละ 20 คน เป็นเรือนแถวชั้นเดียว
โรงครัว เป็นพื้นไม้ยกสูงจากพื้นดินเล็กน้อย ขนาด 4 คุณ 8 เมตร หลังคามุงด้วยตองตึง มีฝาตองตึง
โรงเลี้ยงอาหาร เป็นโรงกว้างขนาดใหญ่จุคนได้ประมาณ 70-80 คน หลังคาตองตึง โต๊ะวางอาหารทำด้วยไม้กระดาน
ห้องเรียน สร้างห้องเดียว ฝาไม่มี ทำแบบโรงเลี้ยง แต่ขนาดเล็กกว่า โต๊ะและที่นั่งเรียนทำแบบโต๊ะที่ใช้รับประทานอาหาร แต่มีที่นั่งด้านเดียว หน้าห้องมีกระดานดำขนาดใหญ่ 2 แผ่น เลื่อนขึ้นลงสลับกันได้
นักเรียนจากจังหวัดต่างๆ
รุ่นแรก เป็นนักเรียนจากจังหวัดแพร่ เริ่มแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2477
วันที่ 17 พฤษภาคม 2477 ก็เดินทางมาครบตามจำนวน 46 คน (ภายหลังมาอีก 2 คน ครบ 48 คน)
เป็นนักเรียน ในบำรุง 35 คน (นักเรียนทุนของจังหวัด) นอกบำรุง 11 คน (สมัครเรียนทุนส่วนตัว)
มาจากแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ แพร่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย น่าน พิษณุโลก ชลบุรี และ พระนคร
บ่ายวันที่ 17 พฤษภาคม 2477 อาจารย์ใหญ่ได้ประชุมนักเรียน และครูอาจารย์ พร้อมกั
การเรียนในห้องจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2477เป็นต้นไป ในระยะนี้ให้เรียนทำงานภาคปฎิบัติไปก่อน
วันที่ 7 มิถุนายน 2477 จัดให้มีพิธีไหว้ครู เริ่มตั้งแต่เวลา 9.00 น
ข้าราชการระดับสูงมาร่วมงาน
พระยาอนุบาลพายัพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัด
เจ้าราชภาคีนัย ณ เชียงใหม่ หัวหน้าศาลจังหวัดเชียงใหม่
ขุนจรรยาวิฑูร ธรรมการจังหวัดเชียงใหม่
ขุนพิจารย์ประชากิจ นายอำเภอสันทราย
หลวงอิงคศรีกสิการ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมภาคอิสาน โนนวัดและหัวหน้าสถานีทดลองกสิกรรมภาคอิสาน
อาจารย์ใหญ่กล่าวชี้แจงการรัดตั้งโรงเรียน
แขกผู้มีเกียรติกล่าวแสดงความคิดเห็นและให้โอวาทนักเรียน
พิธีไหว้ครูเริ่มขึ้นโดยหัวหน้านักเรียน (คุณ บุญนาค มหาเกตุ) กล่าวนำคำไหว้ครู แล้วรวบรวมดอกไม้ธูปเทียนของทุกคนใส่ขันโตกแล้วนำไปมอบแก่ท่านอาจารย์ใหญ่ทั้งสองคนและครูอาจารย์ทุกคนพร้อมกัน ท่านอาจารย์ใหญ่พระช่วงฯ ได้กล่าวขอบใจและอวยพรนักเรียน และได้เชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนักเรียน และได้นำชมกิจการของโรงเรียนและสถานีทดลองในเวลาต่อมเหตุการณ์นี้คงจะได้ถูกจารึกเป็นเกียรติประวัติอันสำคัญของโรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้นี้ไปตลอดกาลนาน
****************************
เรียบเรียงจาก ประวัติความเป็นมาของสถาบันการเกษตรแม่โจ้ โดยปราโมทย์ บัวชาติ รุ่น 2
อนุสรณ์ครบรอบ 82 ปี คุณพระช่วงฯ 20 กรกฎาคม 2524
เรียบเรียงสำหรับออกอากาศ รายการแม่โจ้เมื่อวันวานโดย
สงวน จันทร์ทะเล
ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านกิจการศิษย์เก่าสัมพันธ์
กรรมการที่ปรึกษาสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้
23 พฤษภาคม 2549
*ชื่อภาษาอังกฤษเขียนตามวารสารศิษย์เก่ามหาวิทยาัลยวิสคอนวิน
Phra Chuang KASHETRA*
***
Condensed and updated by Sanguan Chantalay
Updated: August 14, 2006
Lastest updated: November 20, 2007
|