“หม่อมเจ้าธานีเสิกสงัด ชุมพล”
ผู้ฝังรากฐานอาณาจักรการเกษตรที่แม่โจ้

______________
จุดเริ่มต้นของอาณาจักรการเกษตรทุกชนิดที่บ้านแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย เกิดขึ้นโดย “หม่อมเจ้าธานีเสิกสงัด ชุมพล” จากหลักฐานในพระประวัติของหม่อมเจ้าธานีเสิกสงัด ชุมพล ในหนังสือที่แจกในพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ของหม่อมเจ้าธานีเสิกสงัด ชุมพล ซึ่งสิ้นชีพตักษัย เมื่อ 11 กรกฎาคม 2524 และได้ทรงรับพระมหากรูณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำหลวงสรงพระศพโดยที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่านพระองค์ กับได้รับพระราชทานโกศราชวงศ์พร้อมทั้งเครื่องยศประกอบพระศพพระราชทานให้อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ เนื่องในการทำบุญตลอด 7 วัน
และในโอกาสครบ 50 วัน 100 วัน จนได้รับพระราชทานเพลิงพระศพ
หม่อมเจ้าธานีเสิกสงัด ชุมพล เป็นบุตรองค์ที่ 5 ของพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ กับหม่อมบุญยืน ชุมพล ณ อยุธยา
ประสูติเมื่อ 12 ธันวาคม 2445 ได้ประทับ ณ จังหวัดอุบลราชธานีอยู่ 8 ปี แล้วได้โดยเสด็จพระบิดาซึ่งเข้าไปรับตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงวังในกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างที่ประทับพระราชทานแก่พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์และครอบครัวในพระราชวังดุสิต และได้ตามเสด็จพระบิดาเข้าเฝ้าพระบรมวงษานุวงศ์ต่าง ๆ รวมทั้งสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมขุนนครราชสีมา
พระบิดาได้ถวาย หม่อมเจ้าธานีเสิกสงัด ไว้ที่วังของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมขุนนครราชสีมา ซึ่งคนทั่ว ๆ
ไปก็เรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า “ทูลกระหม่อมอัษฎางค์"

พ.ศ.2457 ได้เสด็จเข้าศึกษาในโรงเรียนนายร้อย จปร. ชั้นเตรียมประถมอยู่ 2 ปี ชั้นประถม 6 ปี และชั้น มัธยมอยู่ 2 ปี
ทรงสอบไล่ได้ตามหลักสูตรออกเป็นนักเรียนทำการนายร้อย ในตำแหน่งประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ชื่อนี้เป็นชื่อของกรม แม้จะเสด็จสวรรคตแล้วก็ใช้ชื่อนี้อยู่ตลอดมา) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2467
นอกจากวิชาการทหารแล้วยังต้องทรงศึกษาวิชาภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส อีกด้วย ในระหว่างทรงศึกษา ทรงอยู่ในพระอุปการะของ “ทูลกระหม่อมอัษฎางค์”
.ใน พ.ศ 2468 พลตรีพระเจ้าบรมวงค์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์(พระบิดา)ได้สิ้นพระชนม์ หม่อมเจ้าธานีเสิกสงัดจึงได้ตัดสินพระทัยที่จะเสด็จไปศึกษาต่อ
ณ ประเทศฝรั่งเศส ด้วยทุนส่วนพระองค์ เพราะได้ทำการฉลองพระเดชพระคุณพระบิดาด้วยการพยาบาลในระหว่างทรงประชวรตลอดจนเป็นธุระในการพระราชทานเพลิงพระศพสมดังที่ได้สัญญา
ใว้กับพระองค์เองแล้วทุกอย่าง
ที่ประเทศฝรั่งเศษได้ทรงเลือกเข้าศึกษาในวิทยาลัยการเกษตรแห่งชาติที่เมืองกรี่งยง (Ecole Nationale de Agriculture de Grignon Seine -et - Oise ) และในที่สุดก็ได้รับประกาศนียบัตรทางด้านช่างกลการเกษตร (Diplome des Etudes d’ Ingenieur Agricole)
เมื่อเสด็จกลับถึงประเทศไทย ก็ได้ย้ายไปรับราชการอยู่ในกระทรวงเกษตร (โดยที่ยังเป็นทหารกองหนุน) สังกัดกองสถานีทดลอง กรมการเกษตราธิการ
โดยที่หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ได้ทรงชักชวนให้ทำงานกับท่าน (พ.ศ.2473) และได้เสด็จไปประทับที่จังหวัดเชียงใหม่
เพื่อไปทรงเลือกพื้นที่เพื่อใช้จัดตั้งสถานีกสิกรรม ทรงได้ที่ดินที่บ้านแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย อันเป็นที่ซึ่งมีความสมบูรณ์น้อย โดยทรงอธิบายว่า “ถ้าเลือกที่ดินที่อุดมสมบูรณ์อยู่แล้วมาเป็นพื้นที่ทำการทดลองทางการเกษตร ผู้ที่มาทำการทดลองจะไม่มีทางแสดงให้คนทั้งหลายได้เห็นถึงวิธีการปรับปรุงที่ดินให้ดีขึ้นโดยวิธีของหลักวิชาได้เลย พื้นที่แถบนั้นยังเป็นที่ป่า ไม่มีเจ้าของ และอยู่ในบริเวณที่โครงการชลประทานแม่แฝกจะส่งน้ำไปถึงได้ในภายหลังอีกด้วย” ได้ทรงวางผังและทรงควบคุมการก่อสร้างที่พักของเจ้าหน้าที่ เป็นงานหักร้างถางพงซึ่งไม่สู้ปลอดภัยนัก เช่น ปรากฏมีงูเห่าตามมาคุกคามถึงในอาคารชั่วคราวที่ประทับทรงงานอยู่เป็นต้น ต่อมาก็ทรงลาออกจากกระทรวงเกษตร แผนงานที่ทรงวางไว้ที่แม่โจ้ นั้น พระช่วงเกษตรศิลปะการ ได้ดำเนินการต่อมา
และแบ่งแยกเป็นสถานีทดลองยาสูบ สถานีทดลองกสิกรรม
ที่ทำการป่าไม้อำเภอสันทราย (ยกเลิกในเวลาต่อมา) สถานีประมง และเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม แล้วเป็นวิทยาลัยเกษตรกรรม
จนกลายมาเป็นสถาบันเทคโนโลยีการเกษตร และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในปัจจุบัน

หม่อมเจ้าธานีเสิกสงัด ชุมพล ทรงพบกับพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงรำไพประภา พระธิดาของ จอมพลสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงษ์ กรมพระยาณุพันธุวรเดชเมื่อเสด็จกลับจากการศึกษาในประเทศฝรั่งเศส แล้วต่อมาได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต
จากสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ทรงเข้าพิธีสมรสได้ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ผู้สำเร็จราชการได้เสด็จเป็นประธานในพิธี
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2476 พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงรำไพประภา ได้เสด็จไปประทับอยู่ที่สถานีทดลองเกษตรที่แม่โจ้ ด้วย
แต่เนื่องจากไม่สะดวกปลอดภัย
จึงได้ทำให้หม่อมเจ้าธานีเสิกสงัด ชุมพล ทรงตัดสินพระทัย เปลี่ยนงาน ด้วยไม่ต้องพระประสงค์ที่จะให้พระชายาเสี่ยงอันตรายในกลางป่าเช่นนั้น และได้เสด็จกลับเข้ารับราชการในกระทรวงกลาโหมอีกครั้งหนึ่งในกรมเสบียงทหารบก ในพ.ศ.2478

ความดังกล่าวได้สอดคล้องกับหนังสือพระราชทานเพลิงศพของคุณชื่นสุข โลจายะ ธิดาคนแรกของคุณพระช่วงเกษตรศิปการ
ซึ่งถึงแก่มรณกรรมเมื่อวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 ในบทความรื่อง “พี่ตุ๊ที่รักของน้อง” ซึงเรียบเรียงโดย แพทย์หญิงปานทิพย์ วิริยะพานิช ธิดาคนที่สองของคุณพระช่วงเกษตรศิลปะการ กล่าวว่า
“เมื่อปี 2476 (คาดว่าประมาณเดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคม - ผู้เขียน)
คุณพ่อย้ายไปบุกเบิกเป็นหัวหน้าสถานีทดลองเกษตรกรรมแม่โจ้ เราต้องย้ายครอบครัวไปอยู่แม่โจ้ เชียงใหม่
ขณะที่เราเดินทางเข้าแม่โจ้ด้วยเกวียน น้องแต๋ว (ดร.สิรินทร์ พิบูลนิยม) ยังเล็กแบเบาะ เกวียนที่นั่งมาตกหลุม
กระแทกถูกปากน้องแตก อากาศหนาวเย็นมาก 4 องศา เราสองคนพี่น้องนอนกอดกันในเกวียน ได้ยินเสียงแม่ร้องให้กอดน้อง
ตอนนั้นมืดแล้ว เราไม่รู้ว่าจะไปไหนกัน
ต่อมาน้องจำได้ว่าเราอยู่หน้ากระท่อม ริมทางเดินมีตุ่มใหญ่ 2 ใบอยู่หน้าบ้านแล้วก็มีที่เลี้ยงวัวของพวกฮ่อบรรทุกของมาบนหลังเป็นขบวนยาว เสียงกระดิ่งที่คอวัวดังสนั่นผ่านทางเกวียนอีกด้านห้างไปพอควรเรากลัวจนตัวสั่น
พี่ตุ๊ช่วยเอาน้องลงซ่อนในตุ่มซึ่งยังไม่มีน้ำ แล้วพี่ก็ลงไปซ่อนในอีกใบข้างประตูกระท่อม เรารอจนเสียงเงียบหายไปจึงโผล่หน้าออกมา
แล้วพี่ตุ๊โผล่จากตุ่มน้ำออกมาก่อนช่วยน้องปีนออก

ไม่นานนักคุณพ่อก็สร้างบ้านซึ่งเป็นบ้านหลังแรกของเราเอง ทั้งยังเป็นบ้านในความฝันที่เราทั้งสองพูดถึงอดีตอันสดชื่นบริสุทธิ์อยู่บ่อย ๆ
บ้านที่แม่โจ้เป็นบ้านชั้นเดียว ใต้ถุนสูง ซึ่งคุณพ่อทำไม้ตีตารางโปร่งเอาไว้เก็บของและนั่งเล่น พื้นเป็นดินเหนียวปรับให้เรียบพอควร
เราใช้เป็นที่เล่นขายของและอื่น ๆ เพราะไม่กล้าออกไปไกลบ้าน แม่นายก็จะคอยส่งเสียงเรียกหาอยู่เสมอว่า “ตุ๊ ตุ่ม” ๆ
ชีวิตตอนนั้นเป็นชีวิตที่บริสุทธิ์ ไร้ภาระ ว่าง เบา ไร้ทุกข์ มีแต่ความรักความอบอุ่นของ พ่อ แม่ และพี่ตุ๊
คุณพ่อตื่นตีห้า ถีบจักรยานสวมสเวตเตอร์ มีหมวกกะโล่สวม มีจอบเสียมติดท้ายรถ ออกไปดูงานทุกเช้า เราเริ่มทดลองปลูกยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนียร์ของอเมริกันเพราะคุณพ่อจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย Winconsin
ซึ่งภายหลังน้องแต๋วก็ได้ไปเรียนต่อจบโท ทางชีวเคมี ก่อนไปได้ปริญญาเอก ที่ Harvard กับ Professor Jean Mayer”
นี่คือประวัติของอาณาจักรเกษตรทั้งหมดที่แม่โจ้ ตั้งแต่แรกเริ่ม ปี พ.ศ.2473
ก่อนหน้าที่คุณพระช่วงเกษตรศิลปการจะมาเริ่มต้นปฎิบัติงานในปลายปี พ.ศ.2476

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิบูลรัฐ รักยุติธรรม
เรียบเรียง

เอกสารอ้างอิง

- หนังสือที่ระลึกในพิธีพระราทานเพลิงพระศพ หม่อมเจ้าธานีเสิกสงัด ชุมพล (เดือนตุลาคม พ.ศ.2524)

- หนังสือที่ระลึกในพิธีพระราทานเพลิงศพ คุณชื่นสุข โลจายะ คอลัมน์ “พี่ตุ๊ที่รักของน้อง”(เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2529)

 

เรียน พี่สงวน ทราบ
ผมได้รับโทรศัพท์จาก ผ.ศ.พิบูลรัฐ รักยุติธรรม (แม่โจ้รุ่น 22)
อดีตรองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษมหาวิทยาลัยแม่โจ้
ให้ไปรับข้อมูลของ หม่อมเจ้าธานีเสิกสงัด ชุมพล ผู้ฝังรากฐานอาณาจักรการเกษตรที่แม่โจ้
ซึ่ง ผ.ศ.พิบูลรัฐฯได้กรุณาเรียบเรียงใว้เพื่อเป็นการเติมประวัติศาสตร์ของการเกษตร ที่สถานีทดลองกสิกรรมภาคภายัพในอดีตให้สมบูรณ์ี่ก่อน
"อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปการ บิดาเกษตรแม่โจ้จะมาบุกเบิกสร้างสถานีทดลองกสิกรรมแม่โจ้้และโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมแม่โจ้ในเวลาต่อมา
ตามรายละเอียดต่อท้ายรวมทั้งประวัติทีเกี่ยวข้องที่ผมค้นมาเพิ่มเติม-
อรุณ69

***

จัดทำลงเพจเพื่อการสืบค้นประวัติความเป็นมาของสถานีทดลองกสิกรรมภาคภาคยัพ
บ้านแม่โจ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่้ก่อน พ.ศ. 2476
ขอขอบคุณ ผศ.พิบุูลย์รัฐ รักยุติธรรม รุ่น 22
ที่ได้เก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้และได้นำมาเสนอให้พวกเราได้รับทราบความเป็นมาในอดีต
***

"กรมตรวจกสิกรรมได้ส่ง หม่อมเจ้าธานีเศกสงัดชุมชนสำเร็จวิชาการเกษตรจากปารีสประเทศฝรั่งเศสมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าสถานีทดลองฯ ๑ องค์ และได้รับบรรจุเองทางแม่โจ้ ๔ คน ได้แก่ นาย ชื่น สิโรรสนาย มงคล งามวิสัยนาย ดาบสุรัต พรหมแสนนาย ขัณโฑ โล่ห์เพชรวมเป็น ๖ ด้วยกัน"
(อ้างอิงหน้า 87 หนังสือ เกษตร - แม่โจ้ 20 กรกฎาคม 2524)

จากข้อมูลข้างต้นทำให้มองเห็นภาพสอดคล้องกับการเดินทางเข้ามาสำรวจหมู่บ้านแม่โจ้และที่ดินที่จะจัดตั้งสถานีทดลองกสิกรรมของ
อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปการ ดังนี้


วันที่ 12 สิงหาคม 2476
พระช่วงเกษตรศิลปการและครอบครัวเดินทางมาถึงจังหวัดเชียงใหม่
เช่าบ้านพักชั่วคราวใกล้ๆกับวัดดอกเื้อื้อง ตำบลศรีภูมิ อ.เมือง เชียงใหม่

วันที่ 14 สิงหาคม 2476 พระช่วงเกษตรศิลปการเดินทางไปแม่โจ้ฝากรถยนต์กะบะของทางราชการไว้ที่อำเภอสันทรายแล้วขี่ม้าเดินทางต่อไปยังบ้านแม่โจ้แม่โจ้
โดยมีข้อมูลเบื้องต้นและแผนที่ที่ได้้รับล่วงหน้ามาจากหม่อมเเจ้าสิทธิพร กฤษดากร
คุณพระช่วงฯได้ศึกษาข้อมูลล่วงหน้ามาอย่างดีก่อนหน้านี้แล้ว
เริ่มวางผังจัดเตรียมสร้างบ้านพักชั่วคราวและท่านเดินทางไปกลับเชียงใหม่-แม่โจ้ในช่วงที่บ้านพักยังไม่เรียบร้อย
ส่วนครอบครัวยังคงพักที่บ้านเช่าข้างวัดดอกเอื้องในเมืองเชียงใหม่
คุณพระช่วงฯได้ดำเนินงานจัดทำแปลงปลูกพืชผักและบ้านพักโดยเร่งด่วนเพื่อเปิดสถานีทดลองกสิกรรมตามกำหนด

วันที่ 28 กันยายน 2476
หม่อมเจ้าสิทธิพร เสด็จมาปลูกยาสูบต้นแรกที่สถานีทดลองกสิกรรมแมโจ้

ต้นเดือนธันวาคม 2476
คุณพระช่วงเกษตรศิลปการได้ย้ายครอบครัวจากบ้านเช่าในเมืองเชียงใหม่เข้ามาพำนักในบ้านพักสถานีทดลองกสิกรรมแม่โจ้

ต้นเดือนเมษายน 2477
คุณพระช่วงเกษตรศิลปการได้รับคำสั่งให้ดำเนินการเปิด
"โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมภาคภายัพ" ที่แม่โจ้
และให้ดำเนินการรับนักเรียนให้ทันในปลายเดือนพฤษภาคม 2477
มีนักเรียนสมัครเข้าเรียนรุ่นแรก จำนวน 48 คน

วันที่ 7 มิถุนายน 2477
ได้มีพิธีไหว้ครูเปิดการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการ
และถือเป็นวันก่อกำเนิดสถานศึกษาเกษตรแม่โจ้ตั้งแต่นั้นมา
***

ส.จันทร จัดทำลงเพจ เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2550
เว็บเพจอ้างอิง - "ประวัติอำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปการ"

"บิดาเกษตรแม่โจ้"้


ขอขอบคุณ คุณอรุณ ศิริภัทรวรินทร์ (อรุณ 69) MBA แม่โจ้ 10
ที่ได้ประสานงานและจัดพิมพ์ลงกระดานข่าวสายด่วน ส.จันทร
ทำให้เราได้อ่านข้อมูลหายากนี้อย่างรวดเร็ว

ขอขอบคุณท่านทั้งสองมา ณ โอกาสนี้
ส.จันทร
10 พฤศจิกายน 2550
ปรับปรุงเพจครั้งแรก 14 พฤศจิกายน 2550

เว็บเพจเชื่อมโยง
1)แม่โจ้ก่อน พ.ศ 2476“หม่อมเจ้าธานีเสิกสงัด ชุมพล” ผู้ฝังรากฐานอาณาจักรการเกษตรที่แม่โจ้

2) แม่โจ้ก่อน พ.ศ. 2476"หม่อมเจ้าเสิกสงัด ชุมพล" โดย ผศ.พิบูลย์รัฐ รักยุติธรรม รุ่น 22


Maintained page by Sanguan Chantalay
November 10, 2007
Updated: November 14, 2007

BACK TO MAEJO.NET