ข้อคิดจากนิยาย "ร้อยป่า" ของ " อรชร"- พันธ์ บางกอก
เลือกเก็บมาเล่าและเขียนเป็นข้อเตือนใจ โดย ส.จันทร
......
ผมได้เคยอ่านนิยาย ร้อยป่า มามากครั้งและ หลายเที่ยว จำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง ภาพ ของ เสือ กลิ่นศักดิ์ มีอยู่ในใจของเราจริงๆ และยิ่งได้มีโอกาสพบปะรุ่นเก่าๆ ที่เรียน ในช่วง แม่โจ้ รุ่น 9 รุ่น 10 ก็ยิ่งมองเห็นภาพต่างๆ ในอดีตได้มากขึ้น ขอขอบคุณ "อรชร" - พันธ์ บางกอก ที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตนักเรียนแม่โจ้ออกมาอย่างสนุกสนานทำให้อยากติดตามพร้อมได้ให้แนวคิดไว้มากมาย
ผมเคยพบพี่สมพันธ์ ปานะถึก (ผู้เขียน ร้อยป่า ตัวจริง) เพียงครั้งเดียว ที่แม่โจ้ แต่ก็นานมาแล้ว และพี่เขาก็คงไม่จำผมหรอกครับ ผมขออนุญาต นำเรื่องราว บางตอนมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อความเพลิดเพลิน และหวนระลึกถึงวันเก่าๆ ครับ หากน้องๆ ลูกแม่โจ้ อยากอ่าน ร้อยป่า ก็ลองไปที่ห้องสมุด หรือร้านหนังสือเช่าเองนะครับ ผมอาศัยอาจจากหนังสือเก่าที่ผมเก็บไว้ตั้งแต่ ปี 2526 เป็นฉบับพิมพ์เผยแพร่แถมฟรีในนิตยสาร ทานตะวัน และผมก็มีไม่ครบชุด หรอก มีเพียงถึง ตอนที่ คุณเสือ กลิ่นศักดิ์ ถูกคำสั่งให้ย้ายเข้ากรมป่าไม้ ภายหลังที่ถูกย้ายไปปราบการลักลอบตัดไม้ที่ภาคใต้ไม่กี่วัน..... ผมก็ไม่ได้อ่านต่ออีกเลย เพราะหนังสือหายไป ปลวกกัดไปหลายเล่ม
วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2548 ผมมีโอกาสไปพบพี่สมพันธ์ ปานะถึก ด้วยตนเอง พร้อมกับพี่น้องลูกแม่โจ้อีกหลายท่านที่บ้านของพี่สมพันธ์ หลังจากที่ไปร่วมพบปะศิษย์เก่าแม่โจ้ที่พงหลี แล้วพวกเราก็ได้ไปเยี่ยมพี่สมพันธ์ ปานะถึกในตอนบ่าย ซึ่งเป็นความประทับใจอย่างมากของผมที่ได้มีโอกาสพบพีสมพันธ์ในครั้งนี้..คลิกไปดูภาพและอ่านเหตุการณ์ได้ครับ)
***
ผมขอเริ่มจากเล่มที่ 5 เลยนะครับ จาก หน้าที่ 496
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ เสือ กลิ่นสัก เเข้าเรียนปี 1 ที่แม่โจ้( คงเป็นราว ปี 2487 สมัยนนั้น เรียน เพียง 2 ปี เป็นเตรียมเกษตรศาสตร์นะครับ จบปี 2 จะออกทำงานเลยก็ได้ หรือจะไปเรียนต่อที่บางเขนก็ได้..ส.จันทร )้ เทอมแรกที่มาถึงแม่โจ้ เสือ กลิ่นสัก เข้าไปเกี่ยวข้องกับนักมวยในเมืองเชียงใหม่ และถูกท้าทายให้ขึ้นต่อยมวยโดยใช้ชื่อว่า เสือ บางกอก ส่วนคู่ชก นั้น ชื่อ เทพ สิงห์ทอง ซึ่งเป็นนักมวยดังของเชียงใหม่ทีเดียวในสมัยนั้น
ขึ้นเวที ไม่มีใครมาเป็นพี่เลี้ยงเลยในยกแรก เพราะปิดไม่ให้เพื่อนฝูงรู้เรื่องแอบเข้าเมืองไปชกมวย แต่ในที่สุด รุ่นพีปี 2 ที่เข้าเมืองไปดูมวยก็เข้ามาให้กำลังใจ.......ทำให้เสือรู้สึกใจชื้นขึ้นมาที่มีพวกปีสองมาให้การสนับสนุน เมื่ออยู่ในโรงเรียนแบ่งพรรคแบ่งพวกเหลือเกิน ว่าเป็นปีหนึ่งปีสอง แต่เมื่อออกนอกโรงเรียนแล้วกลับเป็นแม่โจ้ด้วยกัน เกิดรักและเห็นใจกัน.........................
ต่อไปหน้า 507...............................ที่แม่โจ้นี่ถึงจะเคยโกรธเคืองผิดใจตะบันหน้ากันมาเท่าไรๆ แต่แล้วก็จะเลิกล้มกันไป เพราะความทุกข์ยากที่ได้รับร่วมกัน การอบรมตามบทบัญญัติและประเพณีเดียวกันจะช่วยให้เข้าใจกัน เห็นใจกัน และคืนดีกันได้ในที่สุด....................
หน้าที่ 508...... เพื่อนๆ สรรพยอกกันถึงแก่นเสมอในแม่โจ้ ไม่มีใครเป็นนักเลง ไม่มีใครใหญ่กว่ากัน มีแต่เพื่อนกันทั้งนั้น.....
หน้าที่ 509...............ชีวิตแท้ของนักเรียนแม่าโจ้ในสมัยนั้น มันเป็นชีวิตที่เมื่อผ่านออกมาแล้วจะรู้สึกว่าทั้งแสนสุขและแสนสนุก.....
หน้า 511...... ความรักระหว่างเพื่อนนั้นประเสริฐสุด และบริสุทธิ์กว่าความรักระหว่างเพศเสียอีก มันปราศจากความเห็นแก่ตัว ปราศจากพิษร้ายที่เกาะกินหัวใจ ความลับบางอย่างที่ลูกแมใจ้ไม่กล้าบอกพ่อแม่ แต่ก็สามารถเล่าให้เพื่อนฟังได้.....................
หน้า 516.....คนเรานี่ช่างแตกต่างกันไปหลายอย่างเหลือเกิน นักเรียนในกลุ่มหนึ่งย่อมมีคนหลายๆแบบปะปนกันบางคนสุภาพ ตั้งหน้าตั้งตาเรียน บางคนขี้เกียจ บางคนแหย บางคนทะลึ่ง บางคนชอบเอะอะโวยวาย เห็นอะไรเป็นตื่นเต้นไปหมด ดูแต่เพียงบางคนที่กินเหล้า เวลาเมาเหล้าแล้วนิสัยแต่ละคนจะแตกต่างกันไปเห็นได้ชัด.......
ยังมีเมาอีกหลายแบบ..เมาเข้าไปแล้วใจกล้าทั้งนั้น แต่สิ่งที่ทำให้หายเมาได้มีสองอย่างคืออาจารย์กับพวกปีสอง.........
หน้า 526......เสื่อ กลิ่นสึก..อดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ขืนยอมให้มัน ไม่เพียงแต่จะเสียศักดิ์ศรีของตนเอง ยังจะเสียศักดิ์ศรีไปถึงสถาบันการศึกษาของตนด้วย นักเรียนแม่โจ้ทุกคนเป็นลูกผู้ชาย จะต้องสู้คน ถ้าเกิดรู้ไปถึงหูปีสอง ว่ายอมให้คนอื่นข่มง่ายๆ อาจจะถูกลงโทษก็ได้...................
หน้า 567...........แม้จะดึกดื่นจนห้าทุ่มแล้ว ก็ยังมีนักเรียนแม่โจ้บางกลุ่มเดินเตร็ดเตร่อยู่ในเมืองจนกระทั่วเที่ยวคืนนะแหละ พวกนี้จึงจะได้ฤกษ์งามยามดีออกเดินทางกลับแม่โจ้................................
ความสามัคคีและการช่วยเหลือกันแบบนี้เองที่ทำให้เกิดคำขวัญว่า..รวมกันอยู่แยกกันเราตาย....
โดย ส.จันทร [1 ก.ย. 2545 , 15:04:59 น.]
****
ขอต่อกระทู้วรรคแรกครับ
เมื่ออยู่ในแม่โจ้นั้น รุ่นพี่เขามักไม่ค่อยเสวนากับรุ่นน้องมากนัก บางทีก็จะเล่นหรือเสวนาเฉพาะรุ่นพี่เท่านั้น
แต่เมื่อเข้าไปในเมือง เมื่อพบกันหรือเจอกันแล้วก็จะเสวนาอย่างผิดปกติไปเลย อาจเห็นว่าเราเหงา หรือพี่เขาอยากมีเพื่อนก็ตาม แต่มันเป็นสิ่งที่ได้พบได้เห็นมามากๆ หลายครั้ง สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก้เป็นเสมือนว่ารุ่นพี่ไม่สนใจเราเลยในแม่โจ้ ที่จริงสนใจและดูแลรุ่นน้องเสมอ แต่มันมีบทเรียนให้รุ่นพี่ถ่ายทอดกันมาเสมอว่า หากใจอ่อนมากไปก็จะได้ใจ เล่นมากไปก็จะเลยเถิด เลยต้องบางทีก็ทำหน้ายักษ์ไว้บ้าง นะครับ ที่ผ่านมามันมีอย่างนี้จริงๆครับ
วันนี้เอาเฉพาะต้นเรื่องก่อนนะครับ
ส.จันทร [2 ก.ย. 2545 , 12:23:39 น.]
***
มีเพื่อนโกรธกันบ้างในแม่โจ้ แต่อยู่ๆไปก็ดีกันเองครับ เพราะมันต้องช่วยกันทำงานหนักๆ ด้วยกัน และมันมีความละอายใจครับ ที่เรา รุ่นพี่จะสอนให้น้องๆ รักๆกัน แต่รุ่นพีมีเรื่องทะเละกันๆ มันอายใจและเสียงไม่ดังครับเวลาพูดอบรมน้องๆ
ดังนั้น โกรธกันไม่นาน มันก็ต้องดีกันกัน โกรธกันไปใย ไม่นานก็จากกัน แล้วก็จะรู้ว่า เพื่อนๆ เรานั้น คิดภึงกันมากเมื่อต้องจากกันไปไกล และยิ่งคิดถึงเมื่อรู้ว่า... ไม่นานก็จะไม่ได้พบหน้าตากันอีก เพราะแต่ละคนก็เกิน 60 ปี กว่าแล้วทั้งนั้น
เลิกโกรธและให้อภัยกันเถิดครับ
ส.จันทร [2 ก.ย. 2545 , 12:29:19 น.]
***
มาแม่โจ้ใหม่ๆ มีหลายคนวางท่านักเลง มีทั้งนักกล้าม นักคุย และนักวางมาด เห็นมากมาย
แต่ในที่สุด เมื่อเจองานหนัก งานกลางฝน งานขุดดิน งานลงนา มาดเหล่านั้นก็หายไปเองครับ เพราะเหลือแต่ความเป็นเพื่อนที่ต้องช่วยกัน เหนื่อยเหมือนกัน สุดท้ายไม่มีใครใหญ่เกินใคร เพราะ ทุกๆ คนต้องทำและผ่านเหมือนกันหมดครับ
ส.จันทร [3 ก.ย. 2545 , 09:27:01 น.]
***
แสนสนุกแสนทุกข์...ในสมันเรียนหนังสือ
จริงครับ.. มีหลายอย่างครบเครื่องในชีวิตที่เรียนที่แม่โจ้...
คิดถึงบ้านมากเมื่อมาถึงครั้งแรก ..เงียบเหงา ว้าเหว่
แต่เมื่ออยู่ไปนานๆ มันก็สนุกในการเรียน การกีฬา กิจกรรม มีเพื่อน มี พี่ มีครูอาจารย์ที่รู้ใจ มีชาวบ้านที่รู้จักและเข้าใจ มีบุคคลากรที่ดีๆเข้าใจพวกเราและบางคนก็รักแม่โจ้และกลายเป้นส่วนหนึ่งของแม่โจ้ไปเลย
สนุก ทุกข์ และว้าวุ่นในบางขณะ แต่ก็มีเพื่อนฝูงที่เข้าใจเป็นกำลังใจให้ทำงานร่วมกันต่อไป ก็ผ่านพ้นเหตุการณ์ต่างๆ ไปได้ด้วยดี
ไม่มีใครลืมทุกข์ สนุก ในแม่โจ้ครับ
ส.จันทร [3 ก.ย. 2545 , 17:33:14 น.]
***
ความรักระหว่างเพื่อนนั้น บริสุทธิ์จริงๆ ครับ
เรารักกันและเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เพื่อนรับฟังเพื่อให้เพื่อนช่วยคิดแก้ปัญหาให้ เพื่อนก็ช่วยเราเท่าที่จะช่วยได้ ทั้งๆที่รู้ว่าช่วยเราแล้วเพื่อนจะไม่ได้อะไรเลยก็ตาม
ไม่เคยลืมน้ำใจของเพื่อนหลายๆคน ครับ ที่ช่วยให้ผมเรียนจนจบแม่โจ้
ส.จันทร [3 ก.ย. 2545 , 17:38:26 น.]
***
เรื่องเหล้านี่...ยอมรับว่า เคยกินเหล้ามาตั้งแต่ยังไม่มาเรียนที่แม่โจ้ เพราะตอนนั้นทำงานเป็น(office boy) ก็คือนักการภารโรงนั่นแหละครับ
คือเป็นผู้ใหญ่เกินตัวครับในสมัยนั้น
เมื่อมาเรียนแม่โจ้ ก็หยุดกินเหล้านานพอสมควร จวบจนเป็นผุ้ใหญ่ในปีสุดท้ายแล้วจึงได้กินเหล้าบ้างในบางโอกาส แต่ก็ไม่เสียบุคคลิกตัวเองในสมัยนั้น
มาเห็นชัดเจนในเรื่องการกินเหล้าก็ตอนช่วงปี 2518 เป็นต้นมา เพราะการงานและสังคม มีหลายโอกาสที่พบเห็น พวกเราชาวแม่โจ้ กินเหล้าเมากันหลายแบบตามที่บรรยายในร้อยป่านั้นจริงๆ
การมีสติว่าเรากินเหล้า อย่าให้เหล้ามากินเรา
หรือเลิกกินเหล้าไปเลย ก็จะดีที่สุด ครับ
ส.จันทร [3 ก.ย. 2545 , 17:46:17 น.]
***
ระหว่างเรียนอยู่ปีสุดท้าย พวกเราโตเป็นผู้ใหญ่พอสมควร เข้าไปเที่ยวในเวียงก็มักกลับตอนเย็นรถโดยสารเที่ยวสุดท้ายแล้ว หากไม่มีรถดดยสารก็เดินกลับหรือขอพรรคพวกในเวียงมาส่ง หรือก็นอนโรงแรมประจำ ศรีประกาส และ ไทยจีน กลับในวันรุ่งขึ้น
ผมและเพื่อนๆ สองสามคนชอบอาสัยยืมจักรยานเพื่อนและของพี่ทองหล่อ(ช่างไฟฟ้า)ปั่นรถจักรยานไปดูหนังในเวียงในคืนวันศุกณ์ แล้วกลับภายหลังเที่ยวคืน ส่วนมากไปในหน้าหนาว เพราะไม่มีฝนตก แต่หนาวจริงๆเที่ยวกลับ หนาวมากก็เติมเอสโซ่หรือเก็บติดกระเป๋าหลังมาแก้หนาวและไม่เหนื่อย มาถึงแม่โจ้แล้ว ก็จะไปนอนตามกระท่อมหรือกองฟางปากทางบางเขน เป็นกระท่อมของเพื่อนๆ อกท. ตอนเช้าอาบนำเรียบร้อยแล้วจึงจะกลับมากินข้าวเช้าที่โรงครัว
ก็สนุกดีและได้ประสบการณ์หลายอย่าง
สมัยก่อน ในเวียงดึกๆ จึงมักจะมีพวกเราเดินเตร็จแตร่รอเพื่อน รอจนหนังรอบดึกเลิกก่อน จึงจะกลับพร้อมกัน
ยิ่งในงานฤดูหนาวเชียงใหม่นั้น สมัยนั้นจัดที่สนามกิฬาเทศบาล ดึกๆหลังเที่ยงคืนก็จะมีแต่พวกเราเดินเตร่อยู่ในงาน หากกลับแม่โจ้ไม่ได้ก็จะอาศัยนอนที่ร้าน แม่โจ้ ซงไปออกร้านแสดงกิจกรรมในงาน ตอนเช้าก็อาศัยกินข้าวต้มกับคนงานเฝ้าร้านไปเลย
ส.จันทร [3 ก.ย. 2545 , 18:17:39 น.]
***
การอ่านนิยายให้ข้อคิดหลายอย่าง อ่านแล้วคิดตามช่วยให้เราเกิดจินตนาการไปตามเรื่องราวนั้นทำให้การอ่านสนุกและติดตามตลอด
แต่ต้องจัดเวลาอ่านให้ดีนะครับ เพราะถ้าอ่านแล้ววางไม่ลงก็ทำให้เสียเวลาการอ่านหนังสือเรียนไปด้วย ต้องแบ่งเวลาครับ
เสือ กลิ่นสัก แบ่งเวลา ระหว่างเรียน และระหว่างพักผ่อนได้ดีต้องขอชม
นิยายก็คือนิยายครับ เราต้องการให้ตัวเอกของเรื่อง เป็นคนดี เป็นตัวอย่าง ของลูกผู้ชาย ที่ผ่ารนแม่โจ้ และใช้ชีวิตอย่างเห็นคุณค่าของความเป็นคน และ ยึดมั่น ในความรัก รักเดียว ที่มีต่อหยิงที่เขาเทอดทูล แม้จะรู้ว่า สูงสุดเอม แต่ก็เก็บความรักนั้นไว้ในหัวใจ ทำให้เสือ กลิ่นสัก มีพลังแห่งการอยู่เพื่อหัวใจในรักเดียว
ผมกำลังหาเล่มที่ เสือ กลับจากใต้เข้ามากรุงเทพ นะครับ ใครมี บอกด้วย จะขอยืมอ่านอีกเป็นครั้งที่เท่าไรก็จำไม่ได้
โดย ส.จันทร [4 พ.ย. 2545 , 10:16:44 น.]
***
ขออนุญาตแทรกหน่อยค่ะ
1. หนังสือเรื่องร้อยป่านั้น ตอนนี้เข้าใจว่าเป็นลิขสิทธิ์ของทายาท เพราะผู้เขียนท่านหนึง คือ อรชร หรือ ศรี ชัยพฤกษ์ นั้นเพิ่งถึงแก่กรรมเมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2545 ที่ผ่านมานี่เอง ส่วนอีกท่าน คือ พันธ์ บางกอก หรือ คุณ สมพันธ์ ปานะถึก นั้น ยังเช็คข่าวอยู่ค่ะ พร้อมกันนั้น ก็กำลังหาข่าวอยู่ว่าสำนักพิมพ์ไหนเคยมีลิขสิทธิ์ในการพิมพ์มาก่อน เพราะเราซื้อหนังสือจากสำนักพิมพ์นั้น ๆ หรือตัวแทนของเขา จะดีกว่าค่ะ
ศิริกุล50 ( บริหารฯ ) - [10 มี.ค. 2546 , 09:09:34 น.
***
เรื่องลิขสิทธิหนังสือนั้น ทางสำนักพิมพ์อาจจะตามข่าวจากการอ่านของพวกเรา และอาจมีพิมพืหลงเหลือบ้างก้ได้ครับ
การส่งเสริมให้อ่านหนังสือดีๆ นั้น ไม่เสียหายครับ
เพราะในสังคมนั้น.... คนที่เหมือนและคล้าย เสือ กลิ่นสัก ของพวกเรา นั้น
ยังมีอยู่ ครับ และมีอยู่ในหลายวงการครับ
แต่เป็นเพราะว่า เขาเก็บตัว ไม่บอก ไม่พูด
และชอบปิดทองหลังพระ ครับ
พวกเราต้องส่งเสริมคนดีๆ ให้เป็นที่รุ้จักครับ
ที่ชอบยกตนข่มคนอื่นๆ นั้น เราอย่าไปพูดถึงเขามากเลยครับ
ขอให้ เสื่อ กลิ่นสัก อยู่กับพวกเราตลอดไป ครับ
ส.จันทร [10 มี.ค. 2546 , 15:10:47 น.]
***
วันที่ 04 - 07 เม.ย. ที่ผ่านมา มีงาน BOOK FAIR ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ สำนักพิมพ์ทั้งหมดรวมถึงร้านหนังสือเก่าส่วนใหญ่ทั่วกรุงเทพฯ และ ปริมณฑลก็มาร่วมงานด้วย ได้ข่าวเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ
1. ฉบับพิมพ์ใหม่
ขณะนี้ " ร้อยป่า " ได้ถูกนำมาพิมพ์ใหม่แล้ว สำนักพิมพ์บูรพาสาส์นได้ลิขสิทธิ์ในการพิมพ์ เป็นปกแข็ง ทั้งหมดมี 3 ชุด ชุดละ 3 เล่ม ( ชุด 1 , 2 , และ 3 ) รวม 9 เล่ม ราคาลด 25 % แล้ว คงเหลือ 1,680.- ( 9 เล่ม )
2. หนังสือเก่า
มีหลายร้าน แต่ร้านที่ขายถูกที่สุดในงานคือ " ห้องหนังสือสามสิบจตุจักร " อยู่ตรงข้ามตลาด อ.ต.ก. โทรฯ ( 02 ) 272-4690 , 272 - 4459 และสาขาคือ " ซุ้มหนังสือ 14 , 30 , 38 , 39 " อยู่ล็อคใกล้ ๆ กัน มีทั้งฉบับใหม่และหนังสือเก่า ฉบับใหม่ลด 20 % ถ้าส่งทางไปรษณีย์คิดค่าส่งต่างหากด้วย
หนังสือเก่าราคาตามสภาพ ต้องไปดูและต่อรองเองค่ะ
วันที่ไปไม่พบร้านหนังสือเก่าเจ้าที่เคยใช้บริการที่อยู่เวิ้งฯ และท่าช้างเลย อาจจะไม่ออกงาน ( เพราะไม่เห็นชื่อร้านในสูจิบัตร ) ถ้ามีโอกาสได้ไปที่ร้านเขา ก็จะสอบถามราคาและรายละเอียดให้ค่ะ
เหตุที่ราคาพุ่งพรวด เพราะการถึงแก่กรรมของ " อรชร " นั่นเอง
ศิริกุล50 ( บริหารฯ ) - [8 เม.ย. 2546 , 10:04:53 น.]
***
พี่หงวนครับ
ผมมีธุระที่กรุงเทพฯ มีโอกาสไปเดินดูหนังสือของบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น สาขาบิ๊กซีพระประแดงมีนวนิยายร้อยป่าจำหน่ายด้วยครับ ก็เลยซื้อมา 2 ชุด เก็บไว้ชุดหนึ่งอีกชุดหนึ่งรุ่นน้องเขาฝากซื้อนานแล้วแต่ไม่มีเวลาไปเดินดู พี่ๆน้องๆแม่โจ้ทั้งหลายหรือผู้ที่สนใจร้อยป่าสามารถติดต่อได้ที่บริษัทซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) SE-EDUCATION PUBLIC COMPANY LIMITED เบอร์โทรศัพท์ 02-4644200 (SE-ED สาขาบิ๊กซีพระประแดง กรุงเทพฯ)
รหัสสินค้า
ISBN/Bracode
974-255573 ชุดที่ 1 (เล่ม 1-4) ราคา 800 บาท
974-255574 ชุดที่ 2 (เล่ม 5- ราคา 800 บาท
974-255575 ชุดที่ 3 (เล่ม 9-12) ราคา 800 บาท
974-25555 ภาคสมบูรณ์ เล่ม 1-6 ราคา 1,200 บาท รวมทั้งหมด 18 เล่ม ราคา 3,800 บาท ใครสนใจติดต่อตามเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้ข้างบนนะครับ ผมไม่ได้ค่าโฆษณาหรอกครับ แต่อยากให้ผู้ที่สนใจโดยเฉพาะลูกแม่โจ้ได้เก็บหนังสือดีๆ ไว้อ่านเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เป็นมรดกตกทอดถึงลูกๆ หลานๆ เรามีความภูมิใจในบรรพบุรุษและรุ่นพี่ๆแม่โจ้ที่ได้วางแนวทางไว้ให้พวกเรา
หนังสือดีๆเช่นร้อยป่าเดี๋ยวนี้หายากและมีราคาแพง รับรองทุกคนที่ได้ครอบครองจะไม่ผิดหวังผมอ่านมาแล้ว เมื่อ 29 ปีที่แล้ว ในนิตยสารบางกอกแต่ไม่จบทุกตอน ก็สมใจก็คราวนี้และครับจะได้เก็บไว้ให้ลูกด้วยครับ ไม่แพงหรอกครับ
ก็ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบแค่นี้แหละครับ
ขอบคุณครับพี่หงวน พบกันงานทำบุญอาจารย์
บุญศรี วันที่30 ตุลาคมนี้นะครับ ปีที่แล้วไม่ได้ไปปีนี้รับรองไม่พลาด
DK64 [23 ต.ค. 2549 , 16:37:12 น.]
***
ขอบคุณครับ ดีเค 64 เรื่อง ร้อยป่า ครบชุด
ผมก็ได้ซื้อเก็บเป็นที่ระลึกไว้แล้ว 1ชุด เช่นกัน
งาน 30 ตุลาที่ผ่านมา ผมไปร่วมพิธีที่แม่โจ้ แพร่ครับ เราจัดพิธีพร้อมๆ กัน 2 แห่งเลย
ขอบคุณที่ไปร่วมงานที่เชียงใหม่นะครับ
ที่กำลังจะจัดทำเป็นอนุสรณ์ก็คือ
เรื่องวราวของ นวนิยายร้อยป้า และผุ้ประพันธ์ ซึ่งผมคงต้องรณณรงค์หาเงินหนึ่งก้อนเพื่อจองตู้นิทรรศการ ที่ หอเกียรติยศ ในแม่โจ้ แล้วทำประวัติของ พี่สมพันธ์ ปานะถึก(มีแล้ว) และหนังสือตัวอย่าง ชุดแรกที่พิมพ์แจกในนิตยสารบางกอก (มีแล้ว) วางในตู้ประวัติของพี่สมพันธ์
ตามระเบียบของการจองและการใช้สิทธิใช้ตู้แสดงนิทรรศการนั้น(แสดงไปตลอดชีวิตของ หอเกียรติยศ) ผู้จองตู้ จะจองในนาม รุ่น ก็ได้ หรือในนามของชมรมองค์กรก็ได้ ตู้ละ 15,000 บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาท) ซึ่งผมได้ดำเนินการจองให้ FFT ไปแล้ว และได้เริ่มมีนิทรรศการบางส่วนไปตั้งแสดงแล้วแต่ยังไม่สมบูรณ์
ร้อยป่า เสือกลิ่นสัก หากใครประสงคฺที่จะร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดตู้นิมรรศการโปรดแจ้งความจำนงค์ได้นะครับ เพราะต้องหารผู้ร่วมแนวคิดนี้ให้ได้ครบจำนวนเงินที่ต้องจองครับ ทางมหาวิทยาลัยออกใบเสร็จรับเงินให้ตามจำนวนที่ร่วมจอง
คุณดีเค69 ผมอยากให้ลองเขียน กลอนสั้นๆ เกี่ยวกับ บุคคลิก ของ เสือ กลิ่นสัก สักบทจะได้ไหมครับ
เผื่ออารมณ์จะได้กลอนที่กรัชับและมองเห็นบุคคลิกของ เสือ กลิ่นสัก ตัวจริงขึ้นมา
อย่ามลืมนะครับ พวกเราที่สนใจจะร่วมเป็นคณะสนับสนุนเป็นผู้จองตู้นิทรรศการ ร้อยป่า เสือกลิ่นสัก ที่หอเกียรติยศ แม่โจ้ กรุณาแจ้งความประสงค์ลงในบอร์ดนี้ได้เลยครับ เมื่อได้บางส่วน(เกินครึ่ง)ผมจะได้แจ้งความประสงค์ไปทางมหาวิทยาลัย คงจะเลือกตู้ที่ติดกับของ FFT ครับ
ผู้สนใจจะเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุน เขียนความประสงค์ลงบอร์ดนี้ได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ
ส.จันทร [13 พ.ย. 2549 , 03:11:20 น.]
***
เพื่อแม่โจ้ของเรา...
ผมขอเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมนี้ครับ และจะประชาสัมพันธ์ให้กับลูกแม่โจ้ ที่ทำงานในสำนักงานเขตต่างๆ ของกรุงเทพมหานครทราบด้วยครับ
ขอให้พี่ กรุณาแจ้งช่องทางของการส่งเงินสนับสนุนด้วยครับ
เสาวรัจ น.04
แม่โจ้ 55 [14 พ.ย. 2549 , 19:51:04 น.]
***
ขอบคุณครับ คุณเสาวรัจ 55
วิธีสดวก เร็ว (แต่พวกเราต้องเชื่อมั่นว่าจะต้องทำดังต่อไปนี้)
1) โอนเข้าบัญชี ออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี นายสงวน จันทร์ทะเล (SANGUAN CHANTALAY) สาขาแม่ริม เลขที่บัญชี 358-0-36692-4
2)โอนแล้ว เขียนลงบอร์ดนี้ว่า โอนเข้าบัญชีจำนวนเงิน วันที่ จากธนาคารสาขาชื่อะไร
3)เมื่อผมตรวจสอบแล้ว ผมจะนำชื่อผึ้ร่วมสนับสนุน ขึ้นหน้าเพจ maejo.net เช่นเดียวกับรายการ FFT
4) เมื่อผมได้รับมาครบ 5,000 บาทแล้ว ผมจะนำไปจองตู้นิทรรศการ ทันที แล้วจะมีใบเสร็จของมหาวิทยาลัยมาโปสท์ลงที่ maejo.net ให้พวกเรารับทราบ
คิดว่านี่เป็นวิธีสดวกที่สุดครับ
ขอขอบคุณ เสาวรัจ 55 ครับที่เป็นคนประสานกับพวกเราให้
ส.จันทร [15 พ.ย. 2549 , 08:12:51 น.
***
ลูกแม่โจ้ 3 ท่าน จากการประสานงานของคุณเสาวรัจ 55
ได้โอนเงินเข้าบัญชีรายแรกแล้วครับ
พี่สงวนครับ
ลูกแม่โจ้สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร(รุ่น 53,54และ55)
ขอสมทบทุนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 1,500.-บาท(หนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน)
โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี SANGUAN CHANT เลขที่บัญชี 358-0-36692-4
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2549 จากบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาบางชัน ผ่านตู้ เอ ที เอ็ม ธ.กรุงไทย ซอยลาดพร้าว 101
เวลา 19.30 น. ครับ
เสาวรัจ น.04
แม่โจ้ 55
***
ลูกแม่โจ้ สำนักงานเขตคลองสามวา กทม.
1. นางณิชากานต์ พันธ์อุดม รุ่น 52 (ข้อความที่ 229 ขอโทษผมพิมพ์รุ่นผิด ที่จริง รุ่น 52 ครับ)
2. นางสาวชมัยพร สมพอง รุ่น 54
3. นายเสาวรัจ นิลเนตร รุ่น 55
|
Maintained page by Sanguan Chantalay
November 17, 2006
Updated: November 20, 2006