ส.จันทร
วันหนึ่งในเดือนมิถุนายน 2499 ในห้องมัธยมปีที่ 4 ค โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ในวิชาเรียงความภาษาไทย
อาจารย์สุวาท เชื้อปรุง
คุณครูประจำชั้นและประจำวิชา ได้ประกาศคะแนนแนวเชิงพรรณาโวหารในเรื่องการชมธรรมชาติและป่าเขาปรากฏว่า
เด็กบ้านนอกจากบ้านหัวทะเล เขียนได้ถูกใจอาจารย์สุวาท เชื้อปรุง เป็นอย่างมาก และได้ประกาศว่า......."โวหารแบบนี้..ครูขอตั้งชื่อนามปากกาให้ว่า...ส.จันทร"

และชื่อ ส.จันทร ก็อยู่ในหัวใจของเด็กหนุ่มบ้านนอกคนนี้ตลอดมา..
.และยังระลึกถึงพระคุณของท่านคุณครูสุวาท เชื้อปรุง ผู้ให้คำชมนั้นตราบจนทุกวันน
ี้

สงวนเคาบอยบ้านนอกสมัยเด็ก สงวน ราชสีมาวิทยาลัย เลขประจำตัว 6004 สงวนสักการะย่าโม2550

แม่โจ้ 40 ปี ย้อนอดีต. จากหนังสือ อนุสรณ์ แม่โจ้ 2505

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ย่อมมีความหลัง หรือถ้าจะเรียกกันครบเครื่องว่า .ประวัติสาสตร์. ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ หรืออะไรก็เช่นเดียวกัน จะต่างกันก็แต่เพียงว่าเจ้าของ .ความหลัง. นั้น มีชีวิตจิตใจ มีความรู้สึกนึกคิดพอที่จะแสดงออกซึ่งเรื่องราวหรือประสพการณ์แต่หนหลังได้ด้วยตนเองหรือไม่เท่านั้น ข้อนี้ก็ต้องยกให้มนุษย์เราว่าเป็นเลิศ เพราะสรรพสิ่งอื่นใดนอกจากมนุษย์แล้วไม่สามารถทำได้ หรืออาจทำได้บ้างก็ไม่ดีหรือสมบูรณ์เท่า .ความหลัง. ของสิ่งต่างๆ จึงเป็นเรื่องของคน ซึ่งได้ผ่านเหตุการณ์ที่โชคชาตานำเข้าไปเกี่ยวข้องหรือวางแอบไว้ชั่วระยะหนึ่ง ผลพลอยได้ที่ฝากไว้กับแต่ละชีวิตต่อๆมา มากหรือน้อย ก็ย่อมแล้วแต่อิทธิพลแห่งประสพการณ์และจิตใจเล้นลับของแต่ละบุคคล  แม่โจ้ อาจเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง อยู่ในท้องที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับคนที่รู้จักเพียงแต่ ชื่อ เท่านั้น หามีความสำคัญหรือมีความหมายใดๆ นอกเหนือไปกว่านั้นไม่ ซึ่งก็เป็นของธรรมดาของคนทั่วๆไป แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสำคัญและระลึกนึกถึง .." แม่โจ้" มากไปกว่าความหมายที่ใช้พูดจากัน เพราะ "แม่โจ้" ได้เคยเป็นระยะหนึ่งในชีวิตเริ่มต้นของเขาที่ผ่านมาแล้ว และเป็น "แม่โจ้" แห่งความหลังในปัจจุบัน 

แม่โจ้  อาจจะลำเอียงและไม่ใ่ดีสำหรับคนบางคน เพราะให้ในสิ่งที่เขาไม่อาจรับได้ หรือบางทีก็ไม่ให้ในสิ่งที่เขาต้องการ แต่จะอย่างไรก็ตาม จะรักหรือเกลียด จะชื่นชมหรือชิงชัง เมื่อผ่านเข้าไปแล้ว "แม่โจ้" ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และติดตามเขาอยู่ตลอดไป   

"แม่โจ้" เป็นชีวิต เป็นบทเรียน หรือจะเป็นอะไรอีกก็ตามแต่จะคิดยกย่องกัน แต่อย่างไรก็ตาม จะเทอดทูนหรือโยนทิ้ง จะภูมิใจหรือเสียใจ เมื่อผ่านเข้าไปแล้ว "แม่โจ้" ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และติดตามเขาอยู่ตลอดไปเช่นเดียวกัน   

.........."แม่โจ้" เคยเป็นคำศักดิ์สิทธิ์และเป็นสัญญลักษณ์ของ "เพื่อนแท้"  มาแล้วในอดีต  .......อนาคตเล่าจะเป็นเช่นไร...   
                                            จากใจจริง    
                                            ส.จันทร   
                                                   20 ม.ค. 06   

ในปี 2537
เริ่มศึกษาธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของชีวิตที่เป็นไปตามธรรมชาติ
หลังจากที่ทำงานและหาประสบการณ์ชีวิตมามากพอสมควร(30ปี)
จากเด็กชนบทกว่าจะมาเรียนต่อที่แม่โจ้ได้นั้นชีวิตหักเหและยากลำเค็ญ พอสมควร จากสมาชิกยุวกสิกรในช่วงปี 2501-02 เป็นนักการภารโรงก่อนมาเรียนที่แม่โจ้จนจบหลักสูตร 3 ปี แล้วกลับไปทำงาน ในหน่วยงานท่านอาจารย์ทำนอง สิงคาลวณิช ซึ่งเป็นยอธิบดีคนแรกของกรมส่งเสริมการเกษตร
และได้มีโอกาสเป็นผู้แทนแลกเปลี่ยนไปศึกษางานส่งเสริมเกษตรตามโครงการ IFYE
และต่อมาได้มีโอกาสทำงานในหน่วยงาน USDA/ARS
สนับสนุนงานวิจัยเกษตรที่สูงของโครงการหลวงอยู่ 13 ป พร้อมเรียนหลักสูตรเทคนิคเกษตรแม่โจ้ไปด้วย ก็ยิ่งมีโอกาสได้อยู่กับป่า กับธรรมชาติ และชนบทมากขึ้น และเป็นโอกาสที่ดียิ่งของชีวิตในช่วงที่ทำงานกับโครงการหลวง ซึ่งมีโอกาสรู้จักบุคคลที่อุทิศตัวเองเพื่อการพัฒนาเกษตรที่สูงมากมายทั้งคนไทยและผู้ชำนาญการต่างประเทศ
ก็เป็นทุนชีวิตที่ใช้มาจนทุกวันนี้

ในปี 2541
จากธรรมชาติและป่าเขา ถ้อยความก็เปลี่ยนมาเป็น ทรัพยากรธรรมชาติ

ความรักธรรมชาติและป่าเขา ก็เปลี่ยนมาเป็น การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

วิสัยทัศน์และแนวคิดสร้างสรรที่มีต่อธรรมชาติไม่เคยหยุดนิ่ง

ด้วยการเรียนรู้จากธรรมชาติและเรียนรู้ตลอดชีวิต

 

ปี 2546

ย้อนอดีตเพื่อนำเสนอข้อคิดที่จำได้จากท่านอาจารย์วิภาต บุญศรี วังซ้าย เมื่อ 20 ปีก่อนโน้น

ในงานดำหัวท่านอาจารย์วิภาต ในปีที่ท่านเข้ารับตำแหน่งอธิการบดีเป็นวาระที่สองนั้น.. ท่านกล่าวถ้อยคำที่ผมเก็บมาคิดและหลายปีต่อมาก็เข้าใจว่าท่านหมายถึงอะไร.ท่านกล่าวว่า....


"พวกเรา..ในแม่โจ้นี้แปลก....วันนี้มาขอขมาในสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดไป...แต่ก่อนที่จะทำนั้นทำไม..ไม่คิดให้ดีเสียก่อน......"
ผมจำได้ว่า ท่านหันหน้ามาทางผม ..ยิ้มๆ แต่ผมจำสายตาท่านได้ดี มือขวาท่านถือแก้วเครื่องดื่มที่พวกเราขาดไม่ได้ในสมัยนั้น
..."ทำไปแล้วก็มาขอโทษ..เห็นหน้าแล้วก็พวกเราทั้งนั้น...ก็คงต้องให้อภัยกันไป แต่ขออย่าทำอีกก็แล้วกัน..."

ปัจจุบัน ...หลายท่านที่อยู่ในกลุ่มที่ท่านอาจารย์พูดถึง ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็หลายคน และที่เสียชีวิตไปแล้วก็หลายคน ใครอยู่ในเหตุการณ์ก็คงรู้แล้วและรู้แก่ใจว่าที่ทำไปนั้นผิดหรือถูก

วันหนึ่งผมและท่านอาจารย์พร้อมกับเจ้าหน้าที่โครงการหลวงอีกหลายคนเดินทางไปดอยสะโง๊ะโดยเฮลิคอปเตอร
์ท่านก็ปรารภกับผมถึงงานโครงการหลวงที่ท่านอยากให้มีอาจารย์ผู้บริหารเข้ามาร่วมทำงานมากๆคนจะได้ช่วยกันสร้างชื่อเสียงให้แม่โจ้.
..
"......ครูมีลูกชายอยู่ 2 คน ก็ดีทั้งคู่ แต่คนละอย่าง ต่างก็อยากจะสืบต่อตำแหน่งครูทั้งนั้น
ครูก็บอกว่า ไม่ต้องแย่งกัน เพราะอายุงานของแต่ละคนก็ยังมีอยู่ ผลัดกันก่อนหลังก็ได้.......แต่คนดื้อเขาไม่ยอม..เลยพาลไม่ถูกกัน..และพลอยไปโกรธ
กรรมการคนอื่นๆเขาด้วย......ครูปวดหัวกับคนดื้อๆประเภทนี้... ผลสุดท้าย พอมีการลงคะแนนเสียง ครูก็จำใจลงคะแนนให้ แต่ก็ได้คะแนนเดียวเพราะคนอื่นเขาไม่เอาด้วย........" พูดเสร็จท่านก็หัวเราะ...."ถ้าเป็นสงวนจะทำอย่างไง....พวกเรา..ก็แม่โจ้ด้วยกันทั้งนั้น จะไปโกรธกันจริงจัง เอาเป็นเอาตายกันได้อย่างไร ของพวกนี้มันหัวโขน พอถอดออกก็หมดกัน เราก็เป็นลูกแม่โจ้ธรรมดานี่เอง..." ผมก็นั่งฟังท่านพูด เพราะผมเข้าใจความหมายที่ท่านพูดอยู่แล้ว และผมมีความสนิทสนมกับลูกชายท่านทั้งสองคนดี


หลายปีต่อมา...ผมได้พยายามจะขอให้ลูกชายท่านอาจารย์ทั้งสองคนอภัยและดีต่อกันแต่ก็ไม่เป็นผล....คนหนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว อีกท่านหนึ่งยังอยู่ หากท่านได้อ่านข้อเขียนนี้ท่านคงจำวันที่ผมทำหน้าที่ได้ในเที่ยงคืนของคืนวันที่ 6 มิถุนายน ในขณะที่ท่านดำรงตำแหน่งอธิการบดีอยู่.. ส่วนคนที่มีฐิถิก็ยังคงยืนกรานและยึดแนวเดิมตราบสิ้นชีวิต... แต่ผมก็ดีใจที่ผมได้ทำหน้าที่ให้ท่านอาจารย์ตามที่ผมตั้งใจไว้...

ข้อความที่เขียนทั้งหมดนี้ผมรับผิดชอบในข้อความเพราะจำเหตุการณ์ได้ไม่ลืม
คิดว่าจะเป็นข้อคิดให้พวกเราชาวแม่โจ้ ที่กำลังเป็นผู้บริหาร และที่อยากจะเป็นผู้บริหาร ทั้งการสรรหาและการลงคะแนนเสียง
ขอให้คิดถึงความเป็นพี่น้องเลือดแม่โจ้ด้วยกันสิ่งใดที่อภัยกันได้ก็ควรให้อภัย เริ่มต้นทำในสิ่งที่สร้างสรร..ช่วยกันเชิดชูแม่โจ้เราให้สูงขึ้น.
มลทินข้อผิดพลาดเมื่อพิสูจน์บริสุทธิ์ต้องได้รับการให้อภัยเหมือนเมื่อเราถูกทำโทษ
ที่สระเกษตรสนานเมื่อล้างมลทินกันแล้ว ทุกคนก็เป็นลูกแม่โจ้เท่าเทียมกัน
อย่าจองเวร เอาเป็นเอาตาย ให้เป็นที่อับอายแก่น้องๆ และบุคคลอื่น
ให้เขาหัวเราะเยาะเอา....นั่งดูพวกบริหารแม่โจ้ทะเลาะกันเป็นที่สนุกสนาน..
ขอให้พวกเราชาวแม่โจ้ช่วยกันเชิดชูแม่โจ้ให้สูงขึ้นครับ.......
ขอให้ทุกท่านโชคดี
ส.จันทร
31 มีนาคม 2546

พ.ศ. 2549

ทุกอย่างผ่านไปและดีขึ้นตามความเห็นของผม
แม่โจ้ก้าวต่อไป และปรับเปลี่ยนพัฒนาต่อไป

70 ปีแม่โจ้ผ่านไป
งานสู่อ้อมอกแม่โจ้ผ่านไป
ลูกแม่โจ้และครอบครัวมาร่วมงานประมาณ 5000 คน
สนุกสนานและประสพความสำเร็จ
แม้มีบางคนอาจคิดว่าน่าจะทำให้ดีกว่านี้
แต่ในแบบคนทำงาน และเคยทำงาน มาได้เท่านี้ก็พอใจ
คราวหน้าจะจัดให้ดีกว่านี้

Maejo The Home of Cowboys

***

ปี 2549 กำลังจะผ่านไป ผ่านไปเหมือนทุกปีที่เราเคยพบและชินกับชีวิตในช่วง5 ปีที่ผ่านมา มีหลากหลายความดิด พบผุ้คนมากหน้าหลายตา หลายรุ่น และมีทั้งที่สนิทสนมและบางท่านผ่านไปอย่างผิวเผิน เพราะแนวคิดและบุคคลิกไม่เข้าชาตากับเรา แต่เราก็เข้าใจในรูปแบบที่เขาเหล่านั้นเป็นอยู่ เราเองก็ต้องระมัดระวังบุคคลิกเมื่อพบผู้คนมากหน้าที่ไม่รู้จักมาก่อน ความเปราะบางของสิ่งที่เรียกว่า ความดี คนดี นั้น ไม่สามารถจะคงอยู่ได้ตลอดไป พลั้งเผลอเพียงเล็กน้อย ความดีงาม ที่เรามีอยุ่ก็หมดไปได้ง่าย และยากที่จะกลับคืนมา เพราะปากคนนั้น ยากยิ่งที่จะหยุด สื่อความหมาย โดยเฉพาะในเรื่องที่ไม่ดีของบุคคลอื่น

ทบทวนชีวิตตลอดปีที่ผ่านมา ก็เ็ป็้นอีกปีหนึ่งที่เราได้ทำสิ่งที่ดีๆให้ส่วนรวม ให้ตัวเอง ให้ครอบครัว เราเองก็หยุดดื่ม แอลกอฮอแม้กระทั่งไวน์แดงก้เลิกหมด และเชื่อมั่นว่า คงเลิกตลอดไป

เคยดื่มมามาก สุขภาพทรุดโทรม หมดเงินและบางครั้งก็มีกริยาที่ไม่สมควรแสดงให้ผุ้อื่นเห็น แต่ก็ยังดีที่กลับใจเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากพอสมควรในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ได้พบและเยี่ยมคารวะรุ่นพี่ๆ อาวุโส หลายท่าน เป็นความสุขและความผูกพันของเราที่อยากพบและกล่าวขอบพระคุณพี่ๆ ที่ได้ช่วยสร้างแม่โจ้มา รุ่นพี่อาวุโสหลายท่านได้ถึงแก่กรรมไปหลายคนในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งที่เคยเป็นอาจารย์และเคยทำงานร่วมกันมาบ้างที่ต้องจดจำและเขียนถึงท่านอย่างมาก คือ พี่เสวียน หอมนาน รุ่น 10 ที่เคยพบท่านสมัยปี 2510 ที่อุดรธานี และท่านเสียชีวิตเมื่อวันที่ 27เมษายน 2549 ที่โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยได้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพท่านที่ โรงประชุมชูติวัตร ม.แม่โจ้ ระหว่างวันที่ 27 เมษายน - 1 พฤษภาคม 2549 และเราได้ทำหน้าที่ ต้นเสียง เพลงชาติให้พี่เขาเมื่อทำพิธีมอบร่างกายให้โรงพยาบาลมหาราช ร่างของท่านห่อหุ้มด้วยธงเขียวขาวเหลือง เป็น มรณานุสติ ที่มีความหมายยิ่งสำหรับพวกเราชาวแม่โจ้ คลิกเข้าไปดูได้ที่ www.maejo.net/Sawian10/index.html

ส.จันทร
19 ธันวาคม 2549

 

พศ. 2550

เดือนมีนาคม 2550 เป็นเดือนครบรอบ 3 ปี ที่ได้จัดรายการวิทยุ ย้อนอดีต 70 ปี แม่โจ้ ซึ่ึ่งเริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มีนาคม 2547

ได้เปลี่ยนชื่อรายการมาเป็น แม่โจ้เมื่อวันวาน ออกอากาศมาครบ ครั้งที่ 138 เมื่อวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา จากข้อมูลและสคริปต์ที่เขียนสำหรับออกอากาส ก็ได้ปรับปรุงและพิมพเป็นเล่ม์ออกแจกให้พี่น้องลูกแม่โจ้เป็นที่ระลึก ได้สืบค้นและเรียบเรียงให้เหมาะสมอ่านง่าย ให้สามารถมองเห็นเหตุการณ์ในอดีตได้ด้วย
โดยไห้ชื่อหนังสือนั้นว่า 72 ปี ี"ตำนานแม่โจ้" (2477-2549)ใช้งบการจัดพิมพ์ของชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 25 เทคนิคเกษตร 1 แจกให้เพื่อนร่วมรุ่นและพี่น้องแม่โจ้ เมื่อไปพบปะสังสรรค์รุ่น ที่ขลบุรี เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2549

วันัที่ 12 มีนาคม เป็นวันคล้าย วันเกิดของท่านอาจารย์วิภาต ฝันเห็นท่านเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ครบรอบ 91 ปี เพราะท่านเกิดเมื่อ วันที่ 12 มีนาคม 2459 และท่านจากลาพวกเราไปเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2527 และพวกเราก็ถือว่า
วันที่ 30 ตุลาคม ทุกปี เป็นวัน "วิภาต บุญศรี วังซ้าย"

ส.จันทร
12 มีนาคม 2550

Maintained page by SChanton
August 17, 2003

Last updated: March 12, 2007
Lastest updated: February 15, 2008

BACK TO MAEJONET