ณ บ้านตำบลวัดเพลง หมู่ที่ 7 อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี พ่อชื่อ เมี้ยง หรือ เสริม แม่ชื่อ บุญเหลือ มีพี่น้อง 11 คน
- นางมะะลิ บุพรรณ (ถึงแก่กรรม)
- นายสุชาติ สรรประดิษฐ์
- น.ส.แตงอ่อน (ถึงแก่กรรม)
- นายสมบูรณ์ สรรประดิษฐ์ (ถึงแก่กรรม)
- นางนันทนา บุบผาคำ
- นายเกษม สรรประดิษฐ์ (ถึงแก่กรรม)
- นายวสัณ สรรประดิษฐ์ (ถึงแก่กรรม 15 พ.ย. 2550)
- นายกฤษณะ สรรประดิษฐ์ (ถึงแก่กรรม)
- นางประทุม อุดมประเสริฐศิริ
- นางประเทือง อุดมประเสริฐศิริ
- นางนภา เกษมสุวรรณ
เรียนหนังสือชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนประชาบาลใกล้บ้านสุคนธราษฎร์บำรุง วัดศรัทธาราษฎร์
มัธยมต้น 1 -3 ที่โรงเรียนอำนวยวิทย์ เป็นศิษย์รุ่นที่สอง ของคุรคูุประยูร ยุวานนท์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียน
มัธยมปลาย 4-6 ที่โรงเรียนเบ็ญจมราชูทิศ ประจำจังหวัดราชบุรี
เรียนเกษตรสายอาชีพที่แม่โจ้ เชียงใหม่
เรียนเศรษฐศาสตร์ที่ธรรมศาสตร์
เรียนโลกด้วยตนเอง
เข้าสู่โรงเรียนแห่งชีวิตและโลกกว้างตั้งแต่ยังเป้นหนุ่มน้อย ผ่านงานราชการ 3 แห่ง งานธุรกิจบริษัทฝรั่งข้ามชาติอีกสามแห่ง
สถานศึกษาที่สร้างผมให้เป็น "คน" และ "ลูกผู้ชาย" คือ แม่โจ้ เชียงใหม่
ผมรักแม่โจ้เสมือนหนึ่งแม่คนที่สอง และรักเชียงใหม่เท่ากับบ้านเกิดที่ราชบุรี
เมื่อปี พ.ศ. 2493 เป็นปีแรกที่ผมได้อยู่เรียนหนังสือ ป่าและภูเขา รวมทั้งดอยสูงต่างๆ ของเชียงใหม่ ยังอยู่ในสภาพที่เป็นธรรมชาติอันสมบูรณ์ ออกจากตัวเมืองไปเล็กน้อยก็เป็นทุ่งนาช้าว มีป่าเขาและดอยสูงเป็นฉาก ประมาณเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ของทุกปี ชาวเขาจะจุดไฟเผ่าป่า เพื่อเตรียมที่ดินทำไร่เลื่อนลอย ไว้ปลูกข้าวไร่และฝิ่น ในยามดึกและอากาศหนาวเย็น ถ้าผมนอนไม่หลับ จะลุกมายืนที่ระเบียงหอพักเพื่อดูไฟป่าที่ชาวเขาจุดไฟเผาป่า เห็นแสงวับแวมกระจายเป็นจุดห่างๆ กันบนยอดเขาสูง ชวนให้คิดถึงบ้านเพราะเป็นเครื่องหมายอย่างหนึ่งที่บอกให้รู้ว่า หลังจากเห็นชาวเขาเผาป่าไม่นานโรงเรียนก็จะปิดเทอมปลายปี
แสงไฟวับแวมบนยอดดอย ทำให้เกิดจินตนาการอันสวยงามเหมือนเห็นสวรรค์ชั้นฟ้า แม้จะอยู่บนดินมีสิทธิ์ที่จะเห็นได้ บอกกับตัวเองว่า สักวันหนึ่งจะปีนป่ายๆผให้ถึงแสงไฟนั้น และจะไปให้ถึงจุดสูงสุดด้วยเพียงเพื่ออยากจะมองลงมา ค้นหาโรงเรียนที่รักว่าอยู่ตรงไหน เมื่อพบแล้วแลเลยไปไกลไปอีกนิด ก็จะพบเเวียงพิงค์ที่ระยิบระยัยด้วยแสงไฟ สุขใจที่ได้เห็น เป็นสวรรค์บลนดิน ตัวเราอยู่บนยอดดอย เหนือยอดดอยคือฟ้า เหนือฟ้าคือสวรรค์ รอให้ตายเสียก่อนคงได้ไปสมใจได้ตามปณิธานที่ตั้งไว้ทุกอย่าง ยกเว้นยังไปไม่ถึงสวรรค์เท่านั้น นับจากวันนี้ไปคงอีกไม่นานนัก
เมื่อครั้งยังหนุ่มโสด เหงาก้ไปหาเพื่อน หรือ เพื่อนเหงาก็มาหาเรา กินเบียร์ กินเหล้า กันพอหอมปากหอมคอ ถ้ามากเกินไปก็เหม็นได้
ได้เพื่อนดี เท่ากับมีครูดีคนหนึ่ง เก่งและดีเท่ากับมีครูดี 2-3 คน
ไม่เก่ง แต่ดี ให้รักษาไว้
ไม่ดี ไม่เก่งแถมปากเสียด้วย ให้ทำเฉยๆไว้ เก็บใส่ตะกร้า
เมื่ออายุ 70 ปีบวกกขึ้นเรื่อยๆ ถ้ายังหายใจอยู่ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่สะสมสมบัติไม่ใช้ของแพง สอนลูกตามคำสอนจริยธรรมของท่านขงจื้อ ว่า
"ลูกเอ๋ย อย่าทำตัวให้พ่อแม่เป็นห่วง นอกจากเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยเท่านั้น"
ครูจันทร์ อภิรายานนท์ ท่านร่ายโสลกจากคำโคลงโลกนิติให้ฟังในคาบขั่วโมงภาษาไทย ที่โรงเรียนเบ็ญจมราชูทิศ ราชบุรี จำได้ฝังใจ
ความรู้ปราชญ์นั้น รักเรียน
ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร ผ่ายหน้า
คนเกียจเกลียดหน่ายเรียน วนจิต
กลอุทกในตะกร้า เปี่ยมล้น ฤามี
***
ฝูงชนกำเนิดคล้าย คลึงกัน
ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ แผกบ้าง
ความรู้อาจเรียนทัน กันหมด
ยกแต่ชั่วดีกระด้าง ห่อนแก้ฤาไหว
(ร.5 พระราชทานแก่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว)
***
เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน
ถ้าใจดำ เป็นได้ แต่เพียงคน ย่อมเเสียที ที่ตน ได้เกิดมา
ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสสา
เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา เปรมปรีดา คืนวัน สุขสันต์จริง
ใจสกปรก มืดมัว และร้อนเร่า ใครมีเข้า ควรเรียก ว่าผีสิง
เพราะพูดผิด ทำผิด จิตประวิง แต่ในสิ่ง นำตัว กลั้วอบาย
คิดดูเถิด ถ้าใคร ไม่อยากตก จงรีบยก ใจตน รีบขวนขวาย
ให้ใจสูง เสียได้ ก่อนตัวตาย ก็สมหมาย ที่เกิดมา อย่าเชือนเอย..
พุทธทาสภิกขุ
***
หน้าที่การงาน
2497-2499 กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกดรณ์ - ผู้ช่วยพนักงานข้าวจังหวัดราชบุรี พนักงานข้าวอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสงคราม
2499-2508 บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด -พนักงานขายและวิชาการ ฝ่ายเกษตร (เป็นพนักงานคนแรกของฝ่ายนี้)
2509-2511 เทศบาลนครกรุงเทพ - สำนักงานบริการจัดสวนไม้ประดับ ตำแหน่งผู้จัดการสำนักงาน
2512-2515 บริษัท ยู.เอส.สัมมิท คอร์คปเรชัน โอเวอร์ซีส์ -ผู้จัดการฝ่ายวิชาการ
2516-2520 บริษัทเฮิกซ์ไทย จำกัด -ผู้จัดการฝ่ายขาย -ผู้จัดการฝ่ายวิชาการเกษตร
2523-2528 ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด -ผู้จัดการฝ่ายไซโล -ผู้จัดการฝ่ายการพิมพ์ -รักษาการผู้จัดการฝ่ายวัสดุการเกษตร
2528-2548 อพยพครอบครัวไปอยู่เป็นการถาวรที่ประเทศออสเตรเลีย ซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลล์ - ทำร้านอาหารไทยอยู่ 17 ปี
***
(หน้า 1-6 - ประวัติโดยย่อของวสัณ สรรประดิษฐ์ อนุสรณ์แห่งชีวิต ในวาระอายุครบ 75 ปี ของวสัณ - ดุษฏี สรรประดิษฐ์ 2548)
จัดทำลงเพจเพื่อรำลึกความหลังและยกย่องความเป็น ลูกแม่โจ้ ที่พวกเราควรได้รับรู้และเ็ป็้นตัวอย่างของความเป็น "คน" และ "ลูกผู้ชาย" ตัวจริง ที่มีความเป็น "ลูกแม่โจ้" ตราบวาระสุดท้ายของชีวิต
ส.จันทร
20 พ.ย. 2550
ผมกำลังค้นจดหมายที่พี่วสัณเขียนถึงผมจากออสเตรเลียหลังจากที่พี่เขามาเยี่ยมแม่โจ้ในปี 2549
ผมจะใช้เวลาบางช่วงของยามดึกพิมพ์ืถ้อยความจากหนังสือที่พี่เขาเขียนมาลงให้พวกเราอ่าน
พวกเราจะได้รับทราบความยากลำบากของการเรียนในแม่โจ้สมัยก่อนเป็นอย่างไร บางครั้งความขมขื่นก็นำความสุขมาให้ในภายหลัง ความชิงชังมักมาก่อนความรัก
พี่สมนึก ทาดี รุ่น 14 เคยแนะนำให้ผมรู้จักพี่วสัณที่โคราชในงานฉลองอนุสารีย์ท้าวสุรนารีในปี 2502
เป็นช่วงที่พี่เขาทำงานอยู่บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทยและพี่เขาเดินทางไปจังหวัดต่างๆทั่วอิสาน พวกเราศิษย์เก่าแม่โจ้ในยุคนั้นก็รู้จักพี่วสัณกันเกือบทุกจังหหวัด ช่วงนั้นผลิตภัณฑ์เคมีเกษตรของเชลล์แพร่หลายมากเพราะผลงานของพี่วสัณ สรรประดิษฐ์
ช่่วงที่พวกเราอาสาสมัคร 8 คน เดินทางลงไป กทม. เพื่อชี้แจงการขอยกฐานะของวิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้ให้เป็น สถาบันเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อให้พวกเรามีโอกาสเรียนถึงระดับปริญญาตรี ในปี พงศ. 2516 นั้น พี่วสัณ พี่ผวน ที่ กทม. เป็นรุ่นพี่ที่ให้ที่พักแก่พวกเราตลอดระยะเวลาที่พวกเราเดินทางชี้แจงความจำเป็นแก่สื่อมวลชน เข้าพบรองนายกรัฐมนตรีฯ พบผู้บริหารกรมอาชีวศึกษา ต้องใช้เวลาและเตรียมเอกสารหลายอย่าง ศิษย์เก่าแม่โจ้ ใน กทม. เป็นผุ้ให้กำลังใจแก่น้องๆ เหล่านั้น นั่นคือการทำดีในอดีตของพี่วสัณ สรรประดิษฐ์ที่พวกเราไม่ลืมครับ
พี่วสัณเดินทางมาแม่โจ้ครั้งสุดท้ายในงาน "30ปีพืฃผักแม่โจ้" ปลายเดือนตุลาคม 2550 ผมไม่มีโอกาสได้พบพี่เขาก็เสียดายจังหวะชีวิตว่าผมน่าจะได้มีโอกาสได้พบพี่เขา ผ่านไปแล้ว ก็ได้แต่คิดว่า
คงจะมีโอกาสในช่วงต่อไปครับ
ส.จันทร
08.00 น.
21 พ.ย. 2550